
การศัลยกรรมหน้าอกในหนุ่มทอม หรือ ทรานส์เมน(Trans-Men) มักเป็นหนึ่งในทางเลือกแรก ๆ สำหรับผู้ที่อยากเปลี่ยนจากเพศหญิงเป็นเพศชาย เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่างภายนอกที่สำคัญให้ดูเป็นผู้ชายมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้จบปัญหาการรัดหน้าอกให้หน้าอกแบนราบ เรียบตึง คล้ายเพศชาย บางครั้งการรัดหน้าอกก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีหน้าอกขนาดใหญ่มาก ก็ยังคงเห็นทรงอยู่
การผ่าตัดจึงประกอบด้วย การผ่าตัดเอาเนื้อนมทั้งสองข้างออก ที่อาจจะทำร่วมกับการจัดตำแหน่งหัวนมใหม่ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สวยงาม ใกล้เคียงกับเพศชาย โดยทำการตัดแต่งหัวนม, ปรับขนาดของหัวนม, ปานนมให้มีขนาดที่เล็กลง มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับหน้าอกในเพศชาย แล้วเย็บปิดหนังของเต้านมส่วนที่เหลือเข้ามาหากัน หรือบางรายที่ขนาดเต้านมเล็กมากก็สามารถผ่าตัดเอาเนื้อนมออกโดยผ่านทางขอบปานนม ผลของการผ่าตัดเต้านมในหนุ่มทอมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละราย ศัลยแพทย์จะพยายามให้มีแผลเป็นน้อยที่สุด ด้วยความหลากหลายของเต้านมก่อนการผ่าตัด ทำให้เกิดความหลากหลายทางเทคนิคในการผ่าตัด ซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออาการเลือกเทคนิคในการผ่าตัด คือ ขนาดเต้านม, ความหย่อนคล้อยของเต้านม, และมีความยืดหยุ่นของผิวหนังที่หน้าอก, โดยมีปัจจัยร่วม อาทิเช่น ความชำนาญของศัลยแพทย์แต่ละรายก็มีความชำนาญในเทคนิคการผ่าตัดที่แตกต่างกัน
การผ่าตัดหน้าอก เปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย โดยสรุปจึงประกอบไปด้วย
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก เปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย
การเลือกใช้เทคนิคการเปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าขึ้นอยู่กับขนาด และความหย่อนคล้อยของเต้านม ซึ่งทุกเทคนิคต้องได้รับการดมยาสลบเท่านั้น โดยมีเทคนิคดังต่อไปนี้
1. เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก หัตถการรอบปานนม-หัวนม (Nipple-Areolar Complexes / NAC)
2. เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก หัตถการบนเต้านม (Breast-Skin Tissues)
เทคนิคการผ่าตัดแต่ละเทคนิคมีความแตกต่างกันไป โดยปัจจัยที่กำหนดที่สำคัญคือ ขนาดของหน้าอกและความยืดหยุ่นของผิวหนัง ซึ่งเราสามารถแบ่งลักษณะของหน้าอกได้ 4 แบบ โดยจะขอกล่าวถึงเทคนิคคร่าวไว้ก่อน ซึ่งจะลงรายละเอียดอีกครั้งในเนื้อหาต่อ ๆ ไป ดังนี้

1.เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก หัตถการรอบปานนม-หัวนม (Nipple-Areolar Complexes / NAC)
เทคนิคที่ 1 : การผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวยู
(U-Scar / Semi-Circular Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวยู มักใช้ในผู้ป่วยเต้านมขนาดเล็ก หน้าอกประมาณคัพเอ ผิวหนังของเต้านมดี, มีความยืดหยุ่นดี ไม่สามารถใช้กับเต้านมที่มีขนาดใหญ่ และมีผิวหนังส่วนเกินมากเพราะผิวหนังส่วนเกินจะหย่อน และคล้อย ซึ่งอาจจะถึงกับย้วย ทำให้รูปทรงไม่สวยงาม ศัลยแพทย์จะเปิดแผลที่ปานนมขอบล่างให้เป็นรูปตัวยู หรือครึ่งวงกลม ทำให้แผลเป็นซ่อนในปานนมได้ค่อนข้างดีจึงมีการใช้กันมากที่สุด ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกใกล้เคียงของเดิมหรืออาจจะมีการสูญเสียเล็กน้อยหลังการผ่าตัด แล้วส่วนใหญ่สามารถกลับคืนมาได้ในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน เวลาที่ใช้ในการผ่าตัดโดยทั่วไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน ดังแสดงในรูป

เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวยู (U-Scar / Semi-Circular Technique) ก่อนและหลังการผ่าตัด
เทคนิคที่ 2 : การผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวยู และชยายขนาดแผล
(Extended Semi-Circular Technique)
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลที่ปานนมเหมือนกับ U-Scar Technique และเพิ่มการขยายขนาดแผลด้วยการเปิดแผลขยายออกไปด้านข้างแนวระนาบ (Extended Circular-Linear Incision) สามารถประยุกต์ใช้กับเต้านมที่มีขนาดปานกลาง โดยมีผิวหนังที่ยืดหยุ่นได้ดี มีปานนม และหัวนมขนาดเล็กอยู่เดิม หลังงการผ่าตัดเนื้อนมออกแล้ว ยังคงมีผิวหนังส่วนเกินพอสมควร ทำให้สามารถตัดผิวหนังส่วนเกินออกทางด้านข้างของปานนมได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกจะมีการสูญเสียบ้างไปบางส่วนหลังการผ่าตัด ซึ่งอาจจะต้องรอสังเกตอาการ 6 เดือน ว่าจะสามารถกลับคืนมาได้ประมาณเท่าไร เวลาที่ใช้ในการผ่าตัดโดยทั่วไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน ดังแสดงในรูป
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวยู และชยายขนาดแผล (Extended Semi-Circular Technique)
เทคนิคที่ 3 : การผ่าตัดหน้าอกแผลบนปานนม
(Trans-Nipple-Areolar Technique)
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลผ่านหัวนมเพื่อทำการผ่าตัดลดหัวนม และตัดเนื้อนมไปในคราวเดียวกัน สามารถทำการผ่าตัดในเต้านมขนาดเล็ก มีความยืดหยุ่นของผิวหนังดี แต่มีหัวนมขนาดใหญ่มาก ให้ผลในการผ่าตัดด้วยแผลเป็นที่ค่อนข้างดี โดยสามารถลดขนาดของหัวนมได้พร้อมกัน แต่ไม่ควรใช้เทคนิคนี้กับผู้ป่วยที่มีขนาดเต้านมใหญ่เด็ดขาด ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกจะมีการสูญเสียบ้างไปบางส่วนหลังการผ่าตัด ซึ่งอาจจะต้องรอสังเกตอาการ 6 เดือน ว่าจะสามารถกลับคืนมาได้ประมาณเท่าไร เวลาที่ใช้ในการผ่าตัดโดยทั่วไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน ดังแสดงในรูป

เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลบนปานนม (Trans-Nipple-Areolar Technique) ก่อนและหลังการผ่าตัด
ทั้งนี้ การผ่าตัดด้วยเทคนิค ที่ 1, 2, และ 3 มักทำร่วมกับการดูดไขมันบริเวณด้านบนของเต้านม และด้านข้างของเต้านม เนื่องการผ่าตัดอาจจะไม่สามารถเข้าไปผ่าตัดเนื้อนมส่วนที่เหลือได้ และยังช่วยไม่ให้เกิดรอยไม่เรียบเป็นขั้นบันไดของบริเวณแผลที่ผ่าตัดเต้านมกับเนื้อนม หากไม่ได้ทำการดูดไขมันร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้หน้าอกหลังการผ่าตัดเรียบเสมอกันมีความสวยงามมากขึ้น
เทคนิคที่ 4 : เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวโอ
(O-Scar / Circular no Pursing Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวโอ ผู้ป่วยมักมีขนาดเต้านมขนาดกลางถึงใหญ่ คัพบี ถึง คัพซี ซึ่งอาจจะมีความคล้อยร่วมด้วยไม่มาก ผิวหนังของเต้านมยืดหยุ่นดี และประเมินแล้วคิดว่าหลังการตัดเนื้อนมออกแล้วจะมีผิวหนังส่วนเกินเหลืออยู่พอสมควร ไม่มากเกินไป ศัลยแพทย์จะเปิดแผลรอบปานนมเป็นรูปตัวโอ และ/หรือลงแผลออกด้านข้างทั้งด้านนอกและด้านในจากแผลรูปตัวโอ โดยขึ้นอยู่กับขนาดของเต้านม แต่ไม่มีการเย็บจีบที่บริเวณปานนม ทำให้มีแผลด้านข้างยาวมากขึ้นทั้ง 2 ข้างวิธีนี้ ข้อเสียคือได้แผลเป็นยาวอยู่รอบปานนม แต่ก็มีข้อดีคือ สามารถลดปัญหาผิวหนังที่หย่อนยาน ย้วยหลังการตัดเนื้อนม และลดความเสี่ยงเรื่องแผลเป็นที่หัวนมและลดโอกาสการสูญเสียหัวนม, ปานนมน้อยกว่าเทคนิคที่ 8 วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องทำวิธีที่ 8 อยู่แล้วแต่ไม่ต้องการทำกราฟที่หัวนมเมื่อเทียบกับเทคนิคที่ 8 เทคนิคนี้มีแผลเป็นที่ยาวพอๆ กับเทคนิคที่ 8 แต่วิธีนี้หัวนมจะอยู่ระะดับเดียวกับแผล แต่ในกรณีที่ผ่าตัดด้วยเทคนิคที่ 8 หัวนมจะอยู่สูงกว่าแผลขึ้นมาประมาณ 2 เซนติเมตร ทั้งนี้ในผู้ป่วยที่มีหน้าอกใหญ่มาก ๆ และคล้อยมาก ๆ ไม่ควรเลือกเทคนิคนี้เนื่องจากหลังการผ่าตัดเนื้อนมออกแล้วจะมีผิวหนังส่วนเกินที่เหลือจำนวนมาก จำเป็นต้องตัดผิวหนังส่วนเกินออกมากเช่นกันทำให้ยากต่อการเย็บ ขอบแผลจะไม่สวย และยังคงมีลักษณะขอบแผลที่เกยกัน การสมานของแผลจะพบว่าบางส่วนมีแผลเป็นที่หนากว่า การสมานของแผลยากกว่า และใช้เวลามากกว่า ผลการผ่าตัดจะทำให้ได้หน้าอกที่แบนราบ ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกจะยังคงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งอาจจะต้องรอสังเกตอาการ 6 เดือน ว่าจะสามารถกลับคืนมาได้ประมาณเท่าไร ใช้เวลาการผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน ดังแสดงในรูป


เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวโอ (O-Scar / Circular no Pursing Technique) ก่อนและหลังผ่าตัด
เทคนิคที่ 5A : เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวโอ
(O-Scar / Circular with Pursing Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวโอ ร่วมกับการเย็บจีบ ผู้ป่วยมักมีขนาดเต้านมขนาดกลางถึงใหญ่ คัพบี ถึง คัพซี ซึ่งอาจจะมีความคล้อยร่วมด้วยไม่มาก ผิวหนังของเต้านมยืดหยุ่นพอควร และประเมินแล้วคิดว่าหลังการตัดเนื้อนมออกแล้วจะมีผิวหนังส่วนเกินเหลืออยู่มากกว่าเทคนิคที่ 4 ศัลยแพทย์จะเปิดแผลรอบปานนมเป็นรูปตัวโอ และ/หรือลงแผลออกด้านข้างทั้งด้านนอกและด้านในเป็นแผลรูปตัวโอเช่นกัน โดยขึ้นอยู่กับขนาดของเต้านม และทำการเย็บจีบที่บริเวณผิวหนังด้านนอกชิดขอบปานนม ทำให้มีแผลด้านข้างยาวมากขึ้นทั้ง 2 โดยสามารถทำการลดขนาดปานนมไปด้วยในการผ่าตัดเดียวกัน


เทคนิคที่ 5B : การผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวโอ
(O-Scar / Extended Circular with Pursing Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลรูปตัวโอ ร่วมกับการเย็บจีบ เช่นเดียวกับเทคนิค 5A ผู้ป่วยมักมีขนาดเต้านมขนาดกลางถึงใหญ่ คัพบี ถึง คัพซี ซึ่งอาจจะมีความคล้อยร่วมด้วย แต่มากกว่า 5A ผิวหนังมีความยืดหยุ่นน้อยต้องทำการตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินบริเวณด้านข้างของปานนมออก และประเมินแล้วคิดว่าหลังการตัดเนื้อนมออกแล้วจะมีผิวหนังส่วนเกินเหลืออยู่มาก ศัลยแพทย์จะเปิดแผลรอบปานนมเป็นรูปตัวโอ และ/หรือลงแผลออกด้านข้างทั้งด้านนอกและด้านในเป็นแผลรูปตัวไอ แนวนอน โดยขึ้นอยู่กับขนาดของเต้านม และทำการเย็บจีบที่บริเวณผิวหนังด้านนอกชิดขอบปานนม ทำให้มีแผลด้านข้างยาวมากขึ้นทั้ง 2 โดยสามารถทำการลดขนาดปานนมไปด้วยในการผ่าตัดเดียวกัน
เทคนิคที่ 5A, 5B จะมีผิวหนังเป็นจีบ 2-3 เดือน แล้วค่อยหายไป
ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกสำหรับเทคนิค 5A และ 5B จะยังคงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งอาจจะต้องรอสังเกตอาการ 6 เดือน ว่าจะสามารถกลับคืนมาได้ประมาณเท่าไร ใช้เวลาการผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน
2.เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก หัตถการบนเต้านม (Breast-Skin Tissues)
เทคนิคที่ 6 : การผ่าตัดหน้าอกแผลใต้ฐานเต้านม
(Infra-Mamary Incision Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลที่ฐานนม โดยไม่มีแผลที่ปานนม ในผู้ป่วยที่มีหน้าอกใหญ่ และคล้อยลงเล็กน้อย หัวนม และปานนมอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับหัวนมในเพศชาย ปานนมเล็ก และไม่จำเป็นต้องลดขนาดปานนม และหัวนม โดยมีผิวหนังที่บริเวณหัวนมและขอบล่างของเต้านมเกินไม่มาก ข้อดีคือไม่มีแผลที่รอบปานนม ข้อเสียคือ มีแผลยาวที่ขอบล่างของเต้านม ซึ่งศัลยแพทย์จะพยายามสร้างรูปร่างให้เหมือนกับขอบของกล้ามเนื้อในผู้ชาย ศัลยแพทย์จะทำการตัดผิวหนังเฉพาะส่วนที่อยู่ระหว่างปานนมและขอบล่างของเต้านม โดยไม่มีการย้ายหัวนม และปานนม ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกจะถูกทำลายไปบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่อาการดีขึ้นภายใน 6 เดือน ใช้เวลาการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน ดังแสดงในรูป

เทคนิคที่ 7 : การตัดหน้าอกแผลยาว และย้ายหัวนม
(Double Incision Mastectomy Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลยาว และย้ายหัวนมไว้เหนือแผล ใช้สำหรับเต้านมขนาดใหญ่ โดยผิวหนังมีความยืดหยุ่นน้อย ร่วมกับต้องทำการตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินบริเวณด้านข้างของปานนมออก ซึ่งสามารถลดขนาดปานนมได้ด้วย ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกจะยังคงเหลืออยู่มากกว่าเทคนิคที่ 8 เนื่องจากหัวนมและปานนมจะมีความหนามากกว่าเทคนิคที่ 8 ใช้เวลาการผ่าตัดประมาณ 3-4 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน ดังแสดงในรูป

เทคนิคที่ 8 : การตัดหน้าอกแผลยาว และย้ายกราฟหัวนม
(Double Incision Mastectomy & Nipple graft Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลยาว และย้ายกราฟหัวนมไว้เหนือแผลเช่นกัน สามารถทำได้ในเต้านมขนาดใหญ่ และ/หรือ มีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย โดยมีผิวหนังส่วนเกินมากจนไม่สามารถใช้เทคนิคที่ 1-4 ได้ สามารถตัดเต้านม และผิวหนังส่วนเกินออกได้มาก แต่มีข้อเสียคือ แผลเป็นยาวไปตามขอบฐานนม โดยหัวนมและปานนมที่ย้ายขึ้นไปไม่มีเส้นเลือด อาศัยเลือด น้ำเหลืองจากผิวหนังที่เอาไปฝากไว้ แล้วรอให้เส้นเลือดเล็ก ๆ แทงขึ้นมาเลี้ยง ซึ่งอาจจะไม่ทันการณ์ ดังนั้นจึงต้องช่วยให้หัวนม และปานนมสามารถติดแนบอยู่กับผิวหนังเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วันโดยห้ามมีการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดได้จากการหัวนมไม่ติด แล้วดำ ซึ่งพบได้ทั้งแบบเล็กน้อย หรือทั้งหมด 100% ผู้ป่วยต้องได้รับการทำแผลหลังการผ่าตัดซึ่งใช้ระยะหาย หลังจากนั้นต้องได้รับการผ่าตัดทำหัวนม และปานนมใหม่ แม้จะมีความเสี่ยงดังกล่าวแต่ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่ดี และสามารถเป็นทางเลือกอันดับแรก ๆ ในผู้ป่วยที่มีเต้านมขนาดใหญ่มาก และคล้อยมากศัลยแพทย์จะเริ่มผ่าตัดเต้านมด้วยการตัดหัวนมออกมาเก็บไว้ก่อน หลังจากนั้นจะเปิดแผลตามเส้นที่วาดไว้ โดยจะทำการตัดเนื้อนมออกให้หมด ผิวหนังส่วนที่เหลือหลังการตัดเนื้อนมเสร็จแล้ว จะนำมาปิดให้พอดีกับหน้าอกที่วาดไว้ตามแนวแผลยาวบริเวณใต้ราวนม แล้วทำการเย็บปิดแผล ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการกำหนดตำแหน่ง, ขนาดของหัวนม จากนั้นหัวนมที่ตัดออกไปจะได้รับการวางในตำแหน่งที่เราวางแผนเอาไว้ ทำให้มีหน้าอกใหม่ที่แบนราบ ในส่วนของระบบประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนังหรือหัวนม ส่วนใหญ่หายไป บางรายอาจจะกลับมารับความรู้สึกได้ แต่ต้องใช้เวลาเนื่องจากแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งเราพบว่าใช้เวลาประมาณ 6-10 เดือน ที่จะสามารถกลับมารับความรู้สึก ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 3-4 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 3-4 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน

เทคนิคที่ 9 : การตัดหน้าอกแผลยาวรูปตัว T คว่ำ
(Inverted T incision Mastectomy Technique)
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกแผลยาวรูปตัว T คว่ำ สามารถใช้เทคนิคนี้ในการแก้ปัญหาผู้ป่วยที่มีขนาดเต้านมใหญ่มาก ๆ มีผิวหนังส่วนเกินมาก โดยไม่ต้องตัดเนื้อนมออกทั้งหมด เป็นเพียงการลดขนาดเต้านมให้เล็กลงเท่านั้น เมื่อสวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปจะยังคงเห็นทรงนมบ้าง ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับการผ่าตัดลดขนาดหน้าอก และเต้านมที่คล้อยมาก ๆ ข้อดีของเทคนิค คือ ลดความเสี่ยงในการสูญเสียหัวนมแต่ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของศัลยแพทย์ และลักษณะเต้านมของผู้ป่วย และมีข้อเสีย คือ แผลเป็นที่ฐานเต้านมจะเห็นชัด และขนาดเต้านมยังมีขนาดใหญ่อยู่ ในส่วนของเส้นประสาทรับความรู้สึกจะยังคงเหลืออยู่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากพบว่ามีอาการชา อาจจะต้องรอสังเกตอาการ 6 เดือน ว่าจะสามารถกลับคืนมาได้ประมาณเท่าไร โดยส่วนใหญ่การรับความรู้สึกยังใกล้เคียงของเดิม ใช้เวลาการผ่าตัดประมาณ 3-4 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น หรือต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 2 วันก็ได้ และตัดไหมหลังผ่าตัด 7-10 วัน ดังแสดงในรูป


ได้รับการตรวจวินิจฉัยจากจิตแพทย์ 2 ท่านว่ามีภาวะจิตใจไม่ตรงกับเพศสภาพ (Gender Identity Disorder) หรือความรู้สึกไม่สบายใจและทุกข์ใจอย่างรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเพศทางชีววิทยาของคุณไม่ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Dysphoria) สามารถให้การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงร่างกายให้เพศสภาพตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศที่ต้องการได้ ซึ่งจะได้รับใบรับรองจากจิตแพทย์ทั้ง 2 ท่านมาเป็นหลักฐานยืนยันด้วย
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเต้านม เปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย
- ไปพบจิตแพทย์ และทำการตรวจทางจิตเวชก่อนผ่าตัด เพื่อรับใบรับรองแพทย์จิตเวช จำนวน 2 ท่าน
- หยุดยาละลายลิ่มเลือดทุกชนิด เช่น แอสไพริน, ยาลดอาการอักเสบ, อาหารเสริม, วิตามิน รวมถึงสมุนไพรที่ทำให้เลือดออกผิดปกติ เช่นวิตามินอี, วิตามินซีแปะก๊วย เป็นต้น ซึ่งรวมถึงฮอร์โมนที่ทานอยู่ แนะนำให้หยุดยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- หยุดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้อตายบริเวณหัวนม, ปานนม, จากเลือดไปเลี้ยงแผลไม่เพียงพอ
- ปรึกษาศัลยแพทย์ก่อนผ่าตัด เพื่อประเมิน, ตรวจร่างกายโดยเน้นที่ขนาด และความหย่อนคล้อยของหน้าอก รวมถึงความยืดหยุ่นของผิวหนัง, ตรวจประเมินขนาดของหัวนม และปานนม หรือปัจจัยต่าง ๆที่อาจจะมีผลต่อการเลือกเทคนิคในการการผ่าตัด ถ้ามีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาบางอย่างต้องแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบก่อน ซึ่งจะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น รวมถึง เอ็กซเรย์ปอด และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (กรณีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี)
- งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนมารับการผ่าตัด
- หลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน
- ปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- ไม่ควรขับรถหลังการผ่าตัดทันที และหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ควรมีเพื่อนหรือผู้ที่สามารถขับรถได้มาด้วยในวันผ่าตัด แม้จะเป็นการมารับการตรวจ หรือพบแพทย์ อาจจะใช้บริการรถสาธารณะจะเป็นการสมควรมากกว่า
- ไม่ควรนำอุปกรณ์ของมีค่าเช่น แหวน, สร้อยคอ, กำไล, นาฬิกามาด้วย ควรเก็บไว้ที่บ้าน เพราะก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะต้องถอดเครื่องประดับ โดยเฉพาะที่เป็นโลหะที่ติดตัวออกให้หมด เนื่องจากมีการใช้เครื่องหยุดเลือดไฟฟ้าที่อาจจะทำให้เกิดการไหม้ของผิวหนังบริเวณที่มีเครื่องประดับได้ และยังเสี่ยงต่อการหายของเครื่องประดับดังกล่าว
- ควรลาหยุดงานอยู่กับบ้าน เพื่อพักฟื้นประมาณ 3 – 5 วัน หลังการผ่าตัด
- เตรียมเสื้อเชิ้ตแบบมีกระดุม หลวมๆ มาด้วยหรือจะสวมมาจากบ้านเลยก็ได้ ไม่ควรสวมเสื้อคอกลมที่ต้องสวมใส่ผ่านคอมา
ขั้นตอนการผ่าตัดเต้านม เปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย
- รับการดมยาสลบแบบลึกจึงควรงดน้ำ งดอาหาร ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
- ศัลยแพทย์จะทำการวาดลายเส้นตามรูปแผลที่วางแผนเอาไว้ บนผิวหนังของเต้านม หรือปานนมที่เป็นไปตามเทคนิคที่ต้องการ ตามที่ได้ให้คำปรึกษาไว้ก่อนผ่าตัด
- เปิดแผลตามแผน หรือเทคนิคของการผ่าตัดในตำแหน่งที่กำหนด แล้วผ่าตัดนำเนื้อนมออก
- ตรวจเช็คจุดเลือดออก และทำการหยุดเลือดให้เรียบร้อย
- ตรวจเช็คความหนาของผิวหนัง ตลอดจนความเรียบของผิวหนังส่วนที่จะนำมาปิดแผล
- หากมีหนังส่วนเกินจะทำการผ่าตัดออก เพื่อให้สามารถเย็บได้ และทำให้มองดูแล้วหน้าอกมีความบนราบแบบหน้าอกของเพศชาย
- ปรับแต่งตำแหน่งของหัวนม, ลดขนาดของหัวนม และปานนมให้พอดีกับทรงหน้าอก
- ใส่สายระบายน้ำเหลือง ไว้ประมาณ 2-3 วัน
- เย็บปิดแผลแต่ละชิ้นจนถึงผิวหนัง
- พันผ้ารัดหน้าอกแบบหลวมๆ ไม่แน่นจนเกินไป
การดูแลแผลหลังการผ่าตัดเต้านม เปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย
- ส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ เมื่อพักฟื้นดูอาการหลังการผ่าตัดที่ห้องพักฟื้นแล้วไม่พบปัญหาหลังการผ่าตัด หรือหากต้องการพักฟื้นที่สถานพยาบาลก็สามารถเป็นไปได้ ระยะเวลาในการพักฟื้นในสถานพยาบาลขึ้นอยู่กับเทคนิคในการผ่าตัดดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
- หลังการผ่าตัดจะมีผ้าพันรัดไว้ที่หน้าอก และสายระบายน้ำเลือดน้ำเหลืองที่เป็นสูญญากาศออกจากหน้าอกข้างละ 1 ชุดเพื่อระบายเลือด และน้ำเหลืองที่จะต้องออกจากหน้าอก และยังเป็นการป้องกันการเกิดภาวะเลือดคั่ง ทั้งยังเป็นตัวช่วยให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อมาสมานกันง่ายขึ้น เนื่องจากเราได้ทำการตัดเนื้อนมที่วางอยู่ใต้ผิวหนัง และบนกล้ามเนื้อออกไปแล้ว สายระบายจะต้องรอให้ปริมาณเลือด และน้ำเหลืองออกน้อยลงก่อนจึงจะสามารถถอดสายระบายออกได้ ซึ่งส่วนใหญ่ประมาณ 2-3 วัน
- ให้พันผ้ารัดหน้าอกไว้ 2 วัน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผ้ายืดสามารถแกะออกได้ พัก 1-2 ชั่วโมงค่อยพันใหม่
- กลับไปพบศัลยแพทย์ วันที่ 3 เพื่อพิจารณาถอดสายระบายน้ำเลือดน้ำเหลืองออก
- เปิดแผลวันที่ 3 หลังการผ่าตัด หรือวันเดียวกันกับที่มาพบศัลยแพทย์ แล้วทำความสะอาดแผล ทายาฆ่าเชื้อโดยใช้ยาทาที่ให้มาด้วยทาแผล วันละ 2 เวลาคือ เช้า-เย็น หลังเช็ดตัว เพื่อช่วยให้เกิดการสมานเร็วขึ้น และลดโอกาสการติดเชื้อของแผลผ่าตัดที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้
- ถ้ามีอาการผิดปกติใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเลือดออกมาก, หายใจลำบาก หรืออื่นใด ให้ติดต่อศัลยแพทย์ทันที
- รับประทานยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบตามรายละเอียดที่ได้รับไป
- ติดตามผลการผ่าตัด และพบแพทย์ หลังผ่าตัดแล้ว 7 วัน รวมถึงการตัดไหมด้วย โดยปกติศัลยแพทย์จะนัดตัดไหม 7 วัน แต่สำหรับเทคนิคที่ 5 จะตัดไหมวันที่ 10 (เพื่อคลายปม) ร่วมกับปิดพลาสเตอร์ที่บริเวณรอยเย็บ เพื่อทำให้แผลสมานตัวได้ง่ายขึ้น และช่วยป้องกันการแยกของแผล จากนั้นอีก14 วันหลังการผ่าตัดจะได้รับการตัดไหมทั้งหมด
- หลังการผ่าตัด 2 สัปดาห์จึงจะสามารถให้แผลโดนน้ำ หรืออาบน้ำได้อย่างปกติ โดยมีข้อห้ามที่สำคัญ คือ ห้ามถู หรือขัดบริเวณแผลผ่าตัด เพราะอาจจะทำให้แผลแยกแล้วมีแผลเป็นมากกว่า โดยเฉพาะสะเก็ดห้ามแกะเด็ดขาด ให้ค่อย ๆ ร่อนหลุดไปเอง ส่วนกรณีที่มีเลือด หรือน้ำเหลืองซึมออกมาควรรีบไปพบศัลยแพทย์
- สำหรับการผ่าตัดในเทคนิคที่ 5 จะพบว่ามีรอยย่นหลังตัดไหม และรอยจะหายไปเองภายใน 2 – 3 เดือน
- อาจจะพบว่าแผลเป็นบริเวณปานนมมีสีคล้ำ ส่วนใหญ่พบได้ในระยะ 1 เดือนแรก
- แผลเป็นจากการผ่าตัดมีโอกาสพบได้ว่ามีการแข็งนูนแดงได้ในระยะแรก ๆ สิ่งสำคัญให้สังเกตว่า ถ้าแผลเป็นมีการนูนแข็งตัว และมีความหนา ความกว้าง หรือมีการขยายใหญ่ขึ้น ให้สงสัยว่าอาจเกิดจากแผลมีการสมานตัวผิดปกติ ซึ่งมีโอกาสเป็นแผลคีลอยด์ได้ ต้องรับการรับรักษาโดยศัลยแพทย์ เช่น การรักษาโดยการฉีดยา, แปะแผ่นซิลิโคน เป็นต้น
- สวมใส่เสื้อรัดหน้าอกนาน 3-6 เดือน เพี่อลดอาการบวม ช่วยกระชับผิวหนัง และปรับรูปทรงของหน้าอกให้เข้าที่เร็วขึ้น
ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเต้านม เปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย
- การเสียเลือด / เลือดออก (Bleeding) ดังที่เราทราบกันดีแล้วว่าเนื้อนมประกอบไปด้วยต่อมน้ำนมซึ่งมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก ในการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อนมออกจึงอาจทำให้มีการฉีกขาดของเส้นเลือดระหว่างการผ่าตัดได้ จึงเป็นความเสี่ยงต่อการเสียเลือดทั้งระหว่างการผ่าตัด และหลังการผ่าตัดได้ง่าย หลังการผ่าตัดจึงจำเป็นต้อง มีสายระบายเลือด น้ำเหลืองอยู่ประมาณ 2-3 วัน เพื่อลดการคั่งของเลือด และช่วยในการติดตามดูปัญหาจากการมีเลือดออกหลังการผ่าตัดได้ง่ายกว่าเดิม
- อาการบวม (Swelling) ถือว่าเป็นภาวะปกติที่สามารถพบได้บ่อย ๆ หลังการผ่าตัด โดยเฉพาะวันที่ 3 หลังการผ่าตัด แต่หากพบว่าอาการบวมเป็นอย่างต่อเนื่องไม่ยุบ รวมทั้งมีปัญหาเขียวคล้ำ ช้ำร่วมด้วยต้องรีบกลับไปพบศัลยแพทย์โดยด่วน
- อาการปวด (Pain) ให้รับประทานยาแก้ปวดตามที่ได้รับไป
- ภาวะการคั่งของเลือด (Hematoma) มักพบร่วมกับอาการเขียว คล้ำ ตึงปวดเต้านมข้างที่มีปัญหา
- การติดเชื้อ (Infection) ผู้ป่วยจะมีไข้สูง, หนาวสั่น, ร่วมกับอาการบวมที่เต้านมข้างที่เป็นปัญหา หรือมีหนองออกมาทางสายระบายได้
- การตายของหัวนม (Nipple Necrosis) ซึ่งมีโอกาสพบได้เป็นประจำ โดยเฉพาะเทคนิคที่มีการย้ายหัวนมร่วมด้วย เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ
- การสูญเสียหัวนม และปานนม (Loss nipple and areola ) แก้ไขด้วยการปั้นหัวนมใหม่จากผิวหนังส่วนที่เหลือหลังการประเมินแล้วว่าผิวหนังบริเวณดังกล่าวมีความแข็งแรงดีแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ประมาณ 3-6 เดือนหลังการผ่าตัด
- แผลเป็น (Scar) โดยเฉพาะการตัดเต้านมด้วยแผลยาว ต้องได้รับการรักษาแผลเป็นหลังการผ่าตัดอีกเป็นระยะ ๆ บางรายต้องได้รับการผ่าตัดแผลเป็นซ้ำได้
- แผลผ่าตัดหายช้า (Poor Healing) รวมถึงการแยกของแผล (Wound Dehiscence) เนื่องจากความตึงของแผลที่มากเกินไป
- อาการชา หรือไม่มีความรู้สึกของหัวนม (Loss nipple sensation, Numbness) ซึ่งสามารถพบได้ในทุกเทคนิค แต่พบมากให้เทคนิคที่ต้องมีการย้ายหัวนม
- ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
การพักฟื้นหลังการผ่าตัดเต้านม เปลี่ยนหน้าอกเพศหญิงเป็นเพศชาย
ระยะเวลาการพักฟื้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย และเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการปวดแผลจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 วันแรกหลังการผ่าตัด อาการบวมจะมากที่สุดหลังการผ่าตัดประมาณ 3 วัน แล้วค่อย ๆ ลดลงไปส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ และผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติภายใน 4-6 เดือนหลังผ่าตัด หลัง 1 เดือนสามารถออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่เบา ๆ ได้แล้ว เพื่อให้แผลมีการสร้างพังผืดน้อยลง และเมื่อครบ 2 เดือนสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ


โปรแกรมดูดไขมัน : ไขมันแบบไหนที่สามารถดูดออกได้?
โปรแกรมดูดไขมันเป็นวิธีที

โปรแกรมดึงหน้า Mini Lift VS Full Facelift : ควรเลือกแบบไหน?
การเลือกวิธีการยกกระชับผิวหน้าจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะสองประเภทหลักที่ผู้คนมักเลือกใช้คือ โปรแกรมดึงหน้าเฉพาะจุด และ โปรแกรมดึงหน้าทุกส่วน แต่คำถามคือ ควรเลือกแบบไหน? เรามาดูกันค่ะว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด!

รอยบุ๋มจมูก รักษาหายได้หรือไม่?
รอยบุ๋มจมูกบริเวณจมูกเป็นปัญหาที่หลายคนกังวล เนื่องจากอาจส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพโดยรวม รอยบุ๋มนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การผ่าตัด การอักเสบ หรือโครงสร้างผิวหนังที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด คำถามสำคัญคือ รอยบุ๋มเหล่านี้สามารถรักษาให้เรียบเนียนขึ้นได้หรือไม่? และมีวิธีไหนที่ช่วยฟื้นฟูได้อย่างปลอดภัยบ้าง?

เสริมหน้าอก หลังผ่าตัดจำเป็นต้องนวดไหม?
การเสริมหน้าอกเป็นหนึ่งในขั้นตอนทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่สนใจและตัดสินใจรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ หลังการผ่าตัดจำเป็นต้องนวดหรือไม่

ลดเซลลูไลท์ ด้วยโปรแกรมดูดไขมันได้ไหม?
เมื่อพูดถึงการลดไขมันและปรับรูปร่างให้กระชับ หลายคนอาจนึกถึง โปรแกรมดูดไขมัน ซึ่งได้รับความนิยมในการทำให้ร่างกายดูเพรียวขึ้น แต่เมื่อพูดถึงปัญหา เซลลูไลท์ ที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน หลายคนก็สงสัยว่า การทำ โปรแกรมดูดไขมัน จะช่วยลดปัญหานี้ได้หรือไม่? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ


หน้าแรก
โปรโมชั่น
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี