โปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นก้อน เกิดจากอะไร? และแก้ไขอย่างไรดี?

Filler ร่องแก้ม เป็นก้อน เกิดจากอะไร แก้ไขได้หรือเปล่า?

ปัญหาริ้วรอยร่องแก้มลึก เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอายุที่มากขึ้น ในทางการแพทย์ วิธีหนึ่งที่ช่วยดูแลปัญหาคือการเติมสารเติมเต็มกลุ่ม ไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งสามารถคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน และสลายได้ตามกระบวนการทางร่างกาย

อย่างไรก็ตาม หากเกิดข้อผิดพลาดก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น “ร่องแก้มจับแล้วเป็นก้อน” ซึ่งแบ่งสาเหตุออกได้ ดังนี้

สาเหตุที่ทำให้ร่องแก้มเป็นก้อน

  • อาการบวมชั่วคราว: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจคลำพบก้อนเล็กๆ หรือรู้สึกตึงบริเวณร่องแก้ม ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย ซึ่งอาการบวมนี้จะค่อยๆ ยุบลงได้
  • เทคนิคขาดความชำนาญ: การฉีดผิดชั้นผิว หรือใช้ปริมาณมากเกินไป จะทำให้สารเติมเต็มดันผิวขึ้นมาจนเกิดเป็นก้อนนูน หรือเกิดการเคลื่อนตัวไปกองเป็นก้อน
  • การเลือกใช้สารเติมเต็มไม่เหมาะสม: หากเลือกใช้สารเติมเต็มที่มีเนื้อแข็งเกินไปหรือไม่ยืดหยุ่น จะทำให้ผิวบริเวณนั้นดูเป็นก้อนแข็งและแลดูไม่สมส่วน
  • การใช้สารที่ไม่ได้มาตรฐาน: หากฉีดสารที่ไม่สามารถสลายได้เอง ร่างกายจะสร้างพังผืดมาห่อหุ้ม ทำให้จับตัวเป็นก้อนแข็ง ไหลย้อย หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระยะยาว

ร่องแก้มเป็นก้อน อันตรายหรือไม่?

หากเป็นก้อนที่เกิดจากสารเติมเต็ม (HA) ที่ได้มาตรฐาน มักจะสามารถดูแลแก้ไขได้ แต่ควรรีบพบแพทย์หากก้อนนั้นมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ปวด บวม แดง ร้อน กดแล้วเจ็บรุนแรง เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะการอักเสบ ติดเชื้อ หรือการอุดตันหลอดเลือด

วิธีแก้ไขเมื่อร่องแก้มเป็นก้อน

  • กรณีใช้สารเติมเต็ม (HA) ที่ได้มาตรฐาน: แพทย์สามารถช่วยดูแลปัญหาได้อย่างปลอดภัยด้วย การฉีดสลาย (Hyaluronidase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่จะเข้าไปย่อยสลายก้อนให้ค่อยๆ ยุบตัวลง
  • กรณีใช้สารที่ไม่ได้มาตรฐาน: จะไม่สามารถฉีดยาสลายได้ แพทย์จะต้องประเมินเพื่อทำการผ่าตัดหรือขูดออก ซึ่งโดยส่วนใหญ่อาจไม่สามารถนำออกได้ทั้งหมด และมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจรับบริการ ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และเข้ารับบริการกับ แพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อประเมินและลดความเสี่ยงปัญหาการเกิดก้อน

ร่องแก้มเป็นก้อน ดูแลแก้ไขอย่างไร?

หากคลำพบก้อนบริเวณร่องแก้ม หรือยิ้มแล้วเห็นเป็นก้อนนูน แพทย์จะประเมินและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม โดยมี 4 แนวทางหลัก ดังนี้

  1. การฉีดสลาย: แพทย์มักเลือกใช้สำหรับผู้ที่ฉีดสารกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ที่ได้มาตรฐาน โดยจะฉีดเอนไซม์ (Hyaluronidase) เข้าไปช่วยให้สารเติมเต็มค่อยๆ ยุบตัวลงและสลายไปตามกระบวนการทางร่างกาย
  2. รอให้สลายตามกระบวนการทางร่างกาย: หากก้อนนั้นเกิดจากสาร HA ที่ได้มาตรฐานและไม่มีอาการอักเสบ ผู้รับบริการอาจเลือกที่จะรอให้เนื้อสารค่อยๆ สลายตัวไปเองตามกระบวนการทางร่างกาย ซึ่งระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้
  3. การขูดหรือผ่าตัดนำออก: มักเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ฉีดสารที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เอง (สารที่ไม่ได้รับอนุญาต) แพทย์จะต้องเปิดแผลเพื่อขูดหรือผ่าตัดออก ซึ่งโดยส่วนใหญ่อาจไม่สามารถนำออกได้ทั้งหมด และมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง
  4. การฉีดเติมทับเพื่อปรับแก้: แพทย์มักไม่แนะนำให้ฉีดทับก้อนเดิมโดยตรง เพราะอาจยิ่งทำให้ร่องแก้มแลดูอูมขึ้น มักแนะนำให้ฉีดสลายก้อนเดิมออกก่อน แล้วจึงประเมินการฉีดใหม่ในชั้นผิวที่เหมาะสม

แนวทางการป้องกันปัญหาเป็นก้อน

  • เทคนิคของแพทย์: ควรประเมินโครงสร้างและเลือกระดับความลึกในการฉีดอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสที่กล้ามเนื้อจะดันสารขึ้นมากองรวมกัน
  • การเลือกชนิดผลิตภัณฑ์: ควรเลือกสารเติมเต็มที่มีความยืดหยุ่น เพื่อให้เนื้อสารกลืนไปกับผิวและแลดูสมส่วน
  • การใช้ปริมาณที่เหมาะสม: การใช้ปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว อาจทำให้เนื้อสารดันผิวขึ้นมาจนเกิดเป็นก้อนนูนได้
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน: เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดพังผืด หรือการอักเสบติดเชื้อในระยะยาว
ข้อควรระวัง: หากหลังรับบริการพบก้อนที่มีอาการร่วม เช่น ปวด บวม แดง ร้อน หรือสีผิวเปลี่ยนไป ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะการอักเสบ ติดเชื้อ หรืออุดตันหลอดเลือด

 

home หน้าแรก promotion โปรโมชั่น tel ปรึกษาฟรี line ปรึกษาฟรี