หากพูดถึงหนึ่งในวิธีดูแลผิวหน้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงหลัง ก็คงหนีไม่พ้น “การฉีดหน้าใส” หรือ “การฉีดเมโส (Meso Arbutin)” หลายคนอาจสงสัยว่าการดูแลผิวลักษณะนี้คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง ต้องทำบ่อยแค่ไหน และควรดูแลผิวอย่างไรก่อน–หลังการทำ วันนี้เราจะมาอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นครับ
โปรแกรมฉีดหน้าใส หรือ โปรแกรมเมโส (Meso Arbutin) คืออะไร

เป็นการบำรุงผิวด้วยเทคนิค Meso Therapy โดยแพทย์จะฉีดสารบำรุงที่มีส่วนผสมของ Alpha-Arbutin ซึ่งเป็นสารสกัดที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานินลงในผิวหนังชั้นตื้นในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้นและลดความหมองคล้ำ อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ดูสดใสและชุ่มชื้นขึ้น
ข้อดีของโปรแกรมเมโส

- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยลดความมันส่วนเกินซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
- ช่วยลดรอยดำจากสิว ฝ้า หรือกระ
- มีส่วนช่วยช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น
ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด
แม้การฉีดเมโสจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น
- หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีสิวอักเสบรุนแรง (ควรรักษาให้ดีขึ้นก่อน)
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบไหลเวียนเลือด ความดันโลหิตผิดปกติ หรือเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน
- ผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามินหรือสารบำรุงที่ใช้ในการรักษา
โปรแกรมเมโสเจ็บมั้ย? ฉีดตรงไหนได้บ้าง? เริ่มได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
ก่อนฉีด แพทย์จะทำการประคบเย็นเพื่อให้ผิวบริเวณนั้นรู้สึกชา ระหว่างฉีดอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคน สามารถฉีดได้ทั่วใบหน้า ส่วนการฉีดบริเวณอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์เป็นรายกรณี การเริ่มดูแลผิวด้วยเมโสสามารถทำได้ตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปีขึ้นไป ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
โปรแกรมเมโส เห็นผลเมื่อไหร่?

โดยทั่วไปอาจเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ภายในไม่กี่ครั้งแรก แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ โดยมักแนะนำให้ทำต่อเนื่องทุก 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนที่คุณควรรู้ก่อนฉีด
- พบแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิวหน้าให้พร้อมก่อนการฉีด
- แพทย์จะฉีดโปรแกรมเมโสบริเวณที่ต้องการด้วยเทคนิคที่เหมาะสม
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังฉีดเมโส
- งดทาครีมบำรุงทุกชนิดบนใบหน้าเป็นเวลา 1 คืน หลังจากการรักษา
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวอ่อนแอลงจนเกิดปัญหาใบหน้า
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบริเวณที่ฉีดเมโส
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 PA+++ ขึ้นไป และควรทาทุก ๆ 2 ชั่วโมง หากอยู่กลางแดด
- พักผ่อนให้เพียงพอและปรับเวลานอนให้เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินจากการรักษาเมโสได้ดียิ่งขึ้น
- ดื่มน้ำให้ตรงตามความต้องการของร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนและดูดซับวิตามินไปใช้ได้มากขึ้น
YKJ Medical Clinic ด้านศัลยกรรม เสริมความงาม
โดยหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (คุณหมอกัน) ว.27560
YKJ Medical Clinic (ชื่อเดิม “ธีระธรฌ์คลินิก”) ก่อตั้งโดยคุณหมอกัน นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ แพทย์ผ่าตัดจมูกโอเพ่น เปิดให้บริการด้านความงามมาเกือบ 15 ปี โดดเด่นในหลากหลายหัตถการ เช่น โปรแกรมเสริมจมูกโอเพ่น , โปรแกรมทำตาสองชั้น , โปรแกรมดึงหน้า , โปรแกรมเสริมหน้าอก , โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และอื่นๆ
คุณหมอได้ศึกษาและผสมผสานศาสตร์และศิลป์ในการวิเคราะห์รูปหน้า รูปทรงจมูก ให้รับกับรูปหน้า ตามหลัก Fibonacci ratio อัตราส่วนทองคำ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงตามความต้องการของคนไข้ โดยยึดหลัก การออกแบบให้ดูดีขึ้น
แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ ปรับเปลี่ยนโดยไม่เสียความเป็นตัวเองไป เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยของตนเองอยู่แล้ว
นอกจากคุณหมอกันแล้ว YKJ Medical Clinic ยังมีแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีทักษะและความสามารถ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อมาที่ YKJ Medical Clinic แล้ว จะได้รับมาตรฐานการดูแลรักษาที่ดี


หน้าแรก
โปรโมชั่น
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี