หน้าเบี้ยวเกิดจากอะไร รักษาอย่างไรให้กลับมาสวยเป็นธรรมชาติ

หน้าเบี้ยว

หน้าเบี้ยวเกิดจากอะไร

ภาวะหน้าเบี้ยวหรือใบหน้าไม่สมมาตร เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไป และมักมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจากโครงสร้างเดิมและปัจจัยภายนอก ดังนี้

  • พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้าเดิม

บางรายมีโครงสร้างกระดูกใบหน้าที่ไม่เท่ากันตั้งแต่กำเนิด เช่น โหนกแก้ม กราม หรือแนวคางเอียง ซึ่งอาจมองเห็นได้ชัดหรือไม่ชัด ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

เช่น การนอนตะแคงข้างเดิมเป็นเวลานาน การเคี้ยวอาหารข้างเดียว หรือการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าไม่สมดุล อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อและโครงสร้างใบหน้าเกิดความไม่สมดุลในระยะยาว

  • อุบัติเหตุบริเวณใบหน้า

การกระแทกหรือได้รับอุบัติเหตุที่ส่งผลต่อกระดูกหรือเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้า อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและนำไปสู่ภาวะหน้าเบี้ยวได้

  • โรคหรือภาวะทางการแพทย์

เช่น เนื้องอก ความผิดปกติของกระดูก หรือโรคบางชนิดที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและโครงสร้างใบหน้า

  • ผลจากการผ่าตัดศัลยกรรม

ในบางกรณี การผ่าตัดโครงหน้า เช่น การตัดโหนกแก้มหรือตัดกราม อาจทำให้เกิดความไม่สมมาตรของใบหน้าได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับโครงสร้างใบหน้าเดิมของคนไข้

นอกจากนี้ ในกรณีที่มีการเติมไขมันหรือฉีดฟิลเลอร์ คนไข้บางรายอาจสังเกตเห็นความไม่เท่ากันของใบหน้าชัดเจนขึ้นหลังทำหัตถการ ทั้งที่ความจริงแล้วอาจเป็นความไม่สมมาตรของโครงสร้างใบหน้าที่มีอยู่เดิม เพียงแต่หลังทำหัตถการทำให้คนไข้สังเกตใบหน้าของตนเองมากขึ้น

ดังนั้น ภาวะหน้าเบี้ยวไม่ได้เกิดจากหัตถการเพียงอย่างเดียวเสมอไป แต่ควรประเมินจากโครงสร้างใบหน้าเดิมร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ โดยแพทย์เป็นผู้พิจารณาเป็นรายบุคคล

หน้าเบี้ยวส่งผลต่อสุขภาพหรือไม่

หน้าเบี้ยว

ภาวะหน้าเบี้ยวหรือใบหน้าไม่สมมาตร เป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไป โดยส่วนใหญ่เกิดจากโครงสร้างใบหน้าเดิมหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่ง มักไม่ส่งผลกระทบต่อการเคี้ยว การพูด หรือการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ใน บางกรณีเท่านั้น อาจพบอาการผิดปกติร่วมด้วย ซึ่งมักมีความเกี่ยวข้องกับสาเหตุทางการแพทย์อื่น ๆ มากกว่าภาวะหน้าเบี้ยวทั่วไป เช่น โรค อุบัติเหตุ หรือผลจากการผ่าตัด โดยอาการที่อาจพบได้ ได้แก่

  • การเคี้ยวอาหารไม่สะดวก หรือการสบฟันผิดปกติ
  • การควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าไม่สมดุล เช่น ยิ้มไม่เท่ากัน
  • การพูดไม่ชัด หรือหุบปากไม่สนิทในบางราย

อาการเหล่านี้มักสัมพันธ์กับ ความผิดปกติของโครงสร้างขากรรไกร เส้นประสาทใบหน้า เนื้องอก อุบัติเหตุ หรือการผ่าตัดศัลยกรรมที่กระทบต่อเส้นประสาท มากกว่าการมีหน้าเบี้ยวเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติชัดเจน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าอย่างรวดเร็ว ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลครับ

วิธีรักษาอาการ

เสริมคาง-คางแบบไหนสวย-เสริมคางที่ไหนดี-หมอกัน-ธีระธรฌ์คลินิก-เสริมคางแล้วหน้าเรียวจริงเหรอ-รูปรีวิว

1. งดพฤติกรรมเสี่ยง

พฤติกรรมเท้าคางจะเกิดขึ้นได้จาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ความรู้สึกเบื่อหน่าย คิดมาก และเหนื่อยล้าร่างกายแต่ยังต้องทำงานอยู่ อาจทำให้คุณเผลอเท้าคางโดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีแนะนำให้ออกไปเดินเล่นเพื่อให้ร่างกายสดชื่นมากขึ้น ส่งผลให้จิตใจกระปรี้กระเปร่าตาม และหยุดการเท้าคางได้เองโดยอัตโนมัติ

2. รักษาด้วยการผ่าตัด

กรณีที่คนไข้มีใบหน้าที่เบี้ยวมาจากขากรรไกรล่างผิดปกติ แพทย์จะทำการผ่าตัดศัลยกรรมปรับโครงหน้า หรือผ่าตัดขากรรไกรครับ เนื่องจากรูปทรงของขากรรไกรผิดปกติ ทั้งนี้อาจมีการจัดฟันร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ว่ามีทิศทางการรักษาไปในทิศทางใดบ้าง

3. รักษาด้วยการศัลยกรรม

หากคุณมีใบหน้าที่เบี้ยว หรือคางเบี้ยวจากการทำซิลิโคนที่มีขนาดไม่เท่ากันหรือไม่เหมาะสมกับคาง แพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียดให้แน่ใจก่อนว่า ปัญหามาจากขนาดของซิลิโคนจริง ๆ หลังจากนั้นแพทย์จะผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับใบหน้ามากยิ่งขึ้นครับ

4. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์-Filler-ฟิลเลอร์คืออะไร-Fillerคืออะไร-ฟิลเลอร์คาง-คางแบบไหนที่ควรฉีดฟิลเลอร์-ฟิลเลอร์คางใช้กี่ซีซี—ฉีดฟิลเลอร์คาง-การปฏิบัติตัวก่อนการฉีดฟิลเลอร์-การดูแลตัวเองหลังจากฉีดฟิลเลอร์-ฉีดฟิลเลอร์คางปรับโหงวเฮ้ง-ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์กับหมอกัน-เลือกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน ในการฉีดฟิลเลอร์คาง-รีวิวฟิลเลอร์คาง-ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์กับหมอกัน-หมอกัน-ธีระธรฌ์คลินิก

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ปัญหาหน้าหรือคางเบี้ยว โดยจะเป็นการช่วยปรับรูปหน้าและเสริมคางให้ได้สัดส่วนมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากคุณเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋าซึ่งใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ที่มีส่วนผสมของ Polyamine (Aqualift), Hydrofilic gel ฯลฯ อาจก่อให้เกิดก้อนที่เกิดจากการเสริมคางได้เช่นกัน ท้ายที่สุดแพทย์ก็จะต้องรักษาด้วยการขูดฟิลเลอร์ออก ซึ่งการขูดสามารถช่วยรักษาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นครับ เนื่องจากสามารถขูดออกได้เพียง 60 – 70% เท่านั้น

วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

  • ประคบเย็นลดบวมในช่วง 48 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด
  • แปรงฟันอย่างเบามือ เลือกใช้ยาสีฟันสูตรอ่อนโยน ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม
  • งดทานอาหารรสจัด แนะนำให้ทานอาหารอ่อนในช่วง 7 วันหลังการผ่าตัด
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้งหลังมื้ออาหารในช่วง 7 วันหลังการผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด เนื่องจากมีสารกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนบริเวณใบหน้ามากขึ้น ส่งผลให้แผลหายช้า
  • ทานยาตามแพทย์สั่งจนครบกำหนด
  • เข้าพบแพทย์ตามกำหนด

YKJ Medical Clinic ด้านศัลยกรรม เสริมความงาม

โดยหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (คุณหมอกัน) ว.27560

YKJ Medical Clinic (ชื่อเดิม “ธีระธรฌ์คลินิก”) ก่อตั้งโดยคุณหมอกัน นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ แพทย์ผ่าตัดจมูกโอเพ่น เปิดให้บริการด้านความงามมาเกือบ 15 ปี โดดเด่นในหลากหลายหัตถการ เช่น โปรแกรมเสริมจมูกโอเพ่น , โปรแกรมทำตาสองชั้น , โปรแกรมดึงหน้า , โปรแกรมเสริมหน้าอก , โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และอื่นๆ

คุณหมอได้ศึกษาและผสมผสานศาสตร์และศิลป์ในการวิเคราะห์รูปหน้า รูปทรงจมูก ให้รับกับรูปหน้า ตามหลัก Fibonacci ratio อัตราส่วนทองคำ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงตามความต้องการของคนไข้ โดยยึดหลัก การออกแบบให้ดูดีขึ้น

แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ ปรับเปลี่ยนโดยไม่เสียความเป็นตัวเองไป เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยของตนเองอยู่แล้ว

นอกจากคุณหมอกันแล้ว YKJ Medical Clinic ยังมีแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีทักษะและความสามารถ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อมาที่ YKJ Medical Clinic แล้ว จะได้รับมาตรฐานการดูแลรักษาที่ดี

home หน้าแรก promotion โปรโมชั่น tel ปรึกษาฟรี line ปรึกษาฟรี