“เสริมคางแล้วอักเสบ” เป็นปัญหาที่คนไข้หลายๆ คนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับอาการอักเสบหลังจากการผ่าตัดเนื่องจากเป็นอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และยังอาจเกิดผลข้างเคียงได้ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดีครับ การจะป้องกันปัญหานี้ได้นั้น คนไข้ต้องทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงเสียก่อนว่า การอักเสบนี้เกิดจากอะไรกันแน่ เพื่อที่จะได้ป้องกันด้วยวิธีที่ถูกต้อง และสามารถช่วยลดปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการคางอักเสบได้ครับ

“เสริมคางแล้วอักเสบ” เกิดจากอะไร รักษาอย่างไรได้บ้าง?
การอักเสบหลังการเสริมคาง เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีครับ การเกิดการอักเสบนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก เพราะจะมีผลข้างเคียงอื่นๆ ตามมาด้วย อาจต้องเข้ารับการดูแลรักษาตามคำแนะนำของแพทย์เพิ่มเติม
5 สาเหตุของการเกิดคางอักเสบ ที่คนอยากทำคางต้องรู้
1.สถานพยาบาล-คลินิคศัลยกรรม
สำหรับข้อนี้ จะเป็นการพูดถึงเรื่องความสะอาดของสถานพยาบาลหรือคลินิคเสริมความงามที่ให้บริการคนไข้ครับ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า สิ่งสำคัญของสถานที่ดังกล่าวคือ ความสะอาด คนไข้หลายท่านอาจมองเพียงเรื่องการฆ่าเชื้อของอุปกรณ์เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมีอะไรมากกว่านั้นมากครับ เช่น หากพยาบาลผู้ช่วยส่งเครื่องมือให้แพทย์ผิดรูปแบบ ก็สามารถทำให้เกิดการปนเปื้อนได้แล้ว ทั้งนี้ ยังรวมถึงห้องผ่าตัดที่ค่อนข้างมีอุณภูมิที่ต่ำ ซึ่งเชื้อโรคจะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี หากห้องผ่าตัดไม่สะอาดก็จะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ห้องผ่าตัดจึงควรมีความสะอาด ได้มาตรฐาน มีเครื่องฟอกอากาศและเครื่องควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ในห้องมีความชื้นจนเกินไป
2.แพทย์และทีมแพทย์ที่ขาดความชำนาญ
สำหรับผู้ที่อ่านหรือคนไข้ที่ติดตามอ่านบทความของหมอบ่อยๆ ก็จะทราบกันดีเลยว่าหมอจะแนะนำและเตือนในเรื่องนี้บ่อยๆ พอๆ กับมาตรฐานของคลินิคเสริมความงามเลยก็ว่าได้ เพราะหากจะกล่าวกันตามจริง ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องศัลยกรรม หากแต่ในการผ่าตัดเฉพาะทางหรือผ่าตัดทั่วไป คนไข้ย่อมต้องการหมอที่มีความชำนาญด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น ก่อนที่คนไข้หรือผู้ที่สนใจอยากเสริมคางจะทำการตัดสินใจในการเลือกทีมแพทย์ ควรศึกษาข้อมูล อ่านรีวิวของเคสต่างๆ และพิจาณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อความปลอดภัยของตนเอง
3. พฤติกรรมและนิสัยของคนไข้
คนไข้บางท่านมีพฤติกรรมและนิสัยที่แตกต่างกันไป ในบางท่านมีพฤติกรรมบางอย่างที่ติดทำจนเป็นนิสัย เช่น การชอบถูจมูกไปมา เป็นสิ่งที่คนไข้ศัลยกรรมจมูกไม่ควรทำ เพราะจะทำให้จมูกเกิดการอักเสบมากขึ้น, การติดนอนคว่ำ ก็เป็นสิ่งที่คนไข้ผู้เสริมคางไม่ควรทำเนื่องจากจะทำให้คางเกิดแรงเบียดกับหมอนหรือที่นอนทำให้คางเสียทรง และอาจเกิดการอักเสบ เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีพฤติกรรมการกิน-ดื่ม ที่ในช่วงแรกของการศัลยกรรมจะมีทั้งอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่คนไข้ยังไม่สามารถทานได้ ซึ่งในคนไข้บางท่านอาจไม่ได้ทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด หรือเผลอไผลรับประทานเข้าไป ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงในที่สุด
4. คนไข้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
เป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญ เนื่องจากคนเรานั้นมีภูมิคุ้มกันเอาไว้ป้องกันเชื้อโรคและอาการป่วยต่างๆ ไม่ให้เกิดกับเราหรือร่างกายของเราได้ ดังนั้น คนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบกับแผลผ่าตัดได้นั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนไข้มีสภาวะภูมิคุ้มกันต่ำก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ โรคประจำตัวบางอย่าง ยาบางอย่าง แอลกอฮอล์ บุหรี่ เป็นต้น ครับ
5.คนไข้ที่เคยฉีดสิ่งแปลกปลอม หรือ ทำการผ่าตัดจุดเดิมหลายครั้ง
เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถทำให้การศัลยกรรมครั้งต่อๆ ไปของคนไข้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้นครับ โดยอาการข้างเคียงบางอย่าง หรือแม้แต่การอักเสบเงก็ตาม แพทย์จะดูความรุนแรงก่อนเป็นหลัก ซึ่งหากไม่รุนแรงอะไรมากแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะก่อนเพื่อลดความอักเสบลง แต่หากหลังจากนั้นคนไข้อาการไม่ดีขึ้น และหากมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ซิลิโคน อยู่ ก็ต้องทำการเอาออกก่อน ซึ่งก็จะช่วยให้การรักษาง่ายขึ้นและส่งผลให้อาการอักเสบดีขึ้นได้ด้วย
ทั้งนี้ ในคนไข้ที่เลือกจะใช้เนื้อเยื่อหรือกระดูกของตนเองเพื่อมาเสริมบริเวณต่างๆ ที่ต้องการนั้นจะมีโอกาสอักเสบน้อยกว่าผู้ที่เลือกเสริมด้วยวิธีอื่นๆ และถ้าหากเกิดการอักเสบขึ้นมาจริงๆ ก็รักษาเพียงแค่ใช้ยาจากแพทย์เพื่อลดการอักเสบเท่านั้นครับ
ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
โดยทั่วไปแล้วภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงพบได้น้อยครับ แต่ไม่สามารถละเลยได้ อย่างไรก็ตามอาการที่คนไข้สามารถพบได้คือ เลือดออก ติดเชื้อ เกิดอาการบวมช้ำ ชาหรือการรับรู้ความรู้สึกเปลี่ยนไปชั่วคราว ซึ่งจะต้องแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทันทีหากพบอาการเหล่านี้ ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ สามารถลดลงได้จากความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด
![]()
วิธีการป้องกันการเกิดการติดเชื้อ-อักเสบหลักการผ่าตัดเสริมคาง
-
ยกหัวให้สูง
ในช่วง 3-5 วันแรก หากทำศัลยกรรมจมูก ควรยกหัวให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำออกจากเส้นเลือดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะลดอาการบวมได้ โดยในช่วงการนอนหลับให้นอนหมอนสูงหรือนอนให้หัวอยู่สูงกว่าปกติ
-
อาหารช่วยลดบวม
ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลตัวเองเท่านั้น เรื่องอาหารก็สำคัญไม่แพ้กันครับ หลังการศัลยกรรม คนไข้อาจจะต้องลองหันมาทานอาหารจำพวก ฟักทอง สาหร่าย ใบบัวบก หรือถั่วดำดูสิ เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินเอ อาจช่วยในเรื่องการฟื้นตัวและลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้ ช่วยลดอาการบวม แร่ธาตุ ใยอาหาร และธาตุเหล็ก ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ แถมยังช่วยบำรุงโลหิต ขจัดสารพิษในร่างกาย และลดการติดเชื้อได้อีกด้วยครับ
-
ประคบเย็น
ประคบเย็นทันทีหลังผ่าตัดเสร็จและประคบต่อเนื่องไป 48 ชั่วโมง โดยใช้เจลแพ็กหรือผ้าขนหนูที่เปียกแช่ช่องแข็ง หรือผ้าห่อน้ำแข็งสลับกันประคบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประคบเย็นจะช่วยควบคุมการเสียเลือด ลดความเจ็บปวด และการบวมของแผล และความเย็นที่ถูกประคบลงบนผิวจะทำให้แผลมีการหดตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความหนืดของเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหล ช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย
-
ประคบอุ่นเมื่อครบ 1 สัปดาห์
หลังจากครบ 1 สัปดาห์ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะความร้อนจากการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวรับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่างๆ ที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น อาจช่วยให้เนื้อเยื่อภายในฟื้นตัวได้ดีขึ้นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวั งไม่ให้ร้อนเกินไปเพราะอาจลวกผิวหนังได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหมั่นสังเกตด้วยว่า หากประคบร้อนลงไปแล้วอาการบวมกลับเป็นมากขึ้นก็ควรหยุดทันที
ท้ายที่สุดแล้ว คนไข้คงทราบกันแล้วว่าการอักเสบหรือการติดเชื้อนั้น ส่งผลให้เกิดปัญหาและภาวะแทรกซ้อนมากมาย ซึ่งนอกจากคนไข้จะต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้ชำนาญแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องดูแลตนเองเป็นอย่างดี พร้อมทั้งทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอาการที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมที่จะรับมือกับการรักษาหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเสริมคางแล้วอักเสบได้ครับ
YKJ Medical Clinic ด้านศัลยกรรม เสริมความงาม
โดยหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (คุณหมอกัน) ว.27560
YKJ Medical Clinic (ชื่อเดิม “ธีระธรฌ์คลินิก”) ก่อตั้งโดยคุณหมอกัน นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ แพทย์ผ่าตัดจมูกโอเพ่น เปิดให้บริการด้านความงามมาเกือบ 15 ปี โดดเด่นในหลากหลายหัตถการ เช่น โปรแกรมเสริมจมูกโอเพ่น , โปรแกรมทำตาสองชั้น , โปรแกรมดึงหน้า , โปรแกรมเสริมหน้าอก , โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และอื่นๆ
คุณหมอได้ศึกษาและผสมผสานศาสตร์และศิลป์ในการวิเคราะห์รูปหน้า รูปทรงจมูก ให้รับกับรูปหน้า ตามหลัก Fibonacci ratio อัตราส่วนทองคำ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงตามความต้องการของคนไข้ โดยยึดหลัก การออกแบบให้ดูดีขึ้น
แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ ปรับเปลี่ยนโดยไม่เสียความเป็นตัวเองไป เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยของตนเองอยู่แล้ว
นอกจากคุณหมอกันแล้ว YKJ Medical Clinic ยังมีแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีทักษะและความสามารถ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อมาที่ YKJ Medical Clinic แล้ว จะได้รับมาตรฐานการดูแลรักษาที่ดี


หน้าแรก
โปรโมชั่น
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี