การเสริมจมูกเทคนิคโอเพ่น ไม่ใช่แค่การเพิ่มความโด่ง แต่คือเทคนิคการปรับโครงสร้างจากภายใน เพื่อให้ทรงจมูกแลดูสวยงาม แลดูรับกับรูปหน้า พร้อมดูแลความปลอดภัยในระยะยาว ใครที่กำลังศึกษาข้อมูลอยู่ ลองดูสรุปเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ด้านล่างนี้ได้เลบคร้บ
1. จมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty) คืออะไร?

การเสริมจมูกแบบเปิด หรือ Open Rhinoplasty คือการผ่าตัดโดยเปิดแผลบริเวณฐานจมูก (Columella) เพื่อเปิดผิวหนังจมูกขึ้น ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในของจมูก เทคนิคนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์และปรับแต่งโครงสร้างกระดูก กระดูกอ่อน ตอกฐาน หรือยืดผนังกั้นจมูกได้อย่างเหมาะสม
2.วัสดุที่ใช้เสริมจมูกโอเพ่น มีกี่แบบ อะไรบ้าง?
การเสริมจมูกแบบโอเพ่นมักใช้ซิลิโคนเพื่อเพิ่มความโด่งช่วงสันจมูก ร่วมกับการใช้วัสดุจากร่างกายคนไข้เพื่อรองปลายจมูก ช่วยลดความเสี่ยงการทะลุในระยะยาว ได้แก่…
- กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก (Septal cartilage): นิยมนำมายืดปลายจมูกให้โด่งพุ่ง หรือทำปลายหยดน้ำ
- กระดูกอ่อนหลังหู (Ear cartilage): เป็นเนื้อเยื่อตัวเองที่มีความยืดหยุ่น ช่วยให้ปลายจมูกแลดูละมุน ลดความเสี่ยงอาการแพ้ และช่วยลดโอกาสที่ซิลิโคนจะดันเนื้อปลายจมูก
- กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib cartilage): มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับเคสแก้ที่โครงสร้างเสียหาย เคสจมูกสั้น หรือผู้ที่ต้องการให้ปลายพุ่ง


3. จมูกโอเพ่นเหมาะกับใครบ้าง?

เทคนิคนี้ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาจมูกซับซ้อน หรือต้องการปรับโครงสร้างใหม่ ได้แก่
- ผู้ที่มีจมูกสั้น เนื้อจมูกน้อย หรือจมูกเชิด (จมูกหมู)
- ผู้ที่มีกระดูกฐานจมูกใหญ่ กว้าง หรือมีฮัมพ์ (Hump) สูง
- ผู้ที่มีแกนจมูกคด จมูกเบี้ยวเอียง หรือรูจมูกไม่เท่ากัน
- เคสแก้ไขจมูกที่เคยทำมาหลายครั้ง มีปัญหาซิลิโคนทะลุ จมูกผิดรูป หรือมีพังผืดหดรั้ง
4. ทำจมูกแบบโอเพ่น กี่วันหาย บวมกี่วัน?

โดยทั่วไปหลังผ่าตัดจะมีอาการบวมช้ำในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แพทย์จะนัดถอดเฝือกจมูกในวันที่ 7 และตัดไหมในช่วง 10-14 วัน อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลงและเริ่มเห็นทรงจมูกชัดเจนขึ้นในช่วง 1-3 เดือน ส่วนโครงสร้างจมูกจะรัดแกนและเข้าที่ ต้องใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน
5.ทำจมูกโอเพ่นแล้วหายใจไม่ออกในช่วงแรก เกิดจากอะไร?
อาการคัดจมูกหรือหายใจไม่สะดวกในช่วงแรก มักเกิดจากเยื่อบุด้านในจมูกบวมช้ำ หรืออาจมีน้ำมูกใสๆ หากมีน้ำมูก แนะนำให้ทานยาลดน้ำมูกตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ซับทำความสะอาดอย่างเบามือ และระวังอย่าให้น้ำมูกไปโดนแผลเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
6. ทำจมูกแบบโอเพ่น ล้างหน้าได้ไหม?

ควรงดล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าโดยตรงจนกว่าจะถึงวันตัดไหม (ประมาณ 7-14 วัน) เนื่องจากหากแผลผ่าตัดโดนน้ำ อาจทำให้แผลอักเสบ หายช้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ในช่วงนี้แนะนำให้ใช้กระดาษซับมัน คลีนซิ่ง โทนเนอร์ หรือทิชชู่เปียกเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าแทน
7. เสริมจมูกแบบโอเพ่น มีข้อเสียหรือข้อจำกัดไหม?
ข้อจำกัดของการเสริมจมูกเทคนิคนี้คือ มีความซับซ้อนและใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าปกติ (ประมาณ 3-5 ชั่วโมง) ต้องดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ อาจมีรอยแผลเป็นเล็กๆ บริเวณแกนกลางหน้าจมูก และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการเสริมแบบปิด (Closed Rhinoplasty)
8.จมูกโอเพ่นติดเชื้อ เกิดจากอะไร?
การติดเชื้อหลังเสริมจมูกมักมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้:
- การสัมผัส แคะ แกะ เกา หรือบีบคลึงบริเวณแผลบ่อยๆ
- แผลโดนน้ำก่อนถึงเวลาตัดไหม
- รับประทานอาหารแสลง ของหมักดอง อาหารทะเล หรือของดิบ ที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน
- การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสารเหล่านี้จะไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงแผลได้ไม่เต็มที่ แผลหายช้า และเพิ่มความเสี่ยงในการอักเสบและติดเชื้อ
9. แผลเย็บจมูกเป็นหนอง หลังทำจมูกโอเพ่น เป็นเรื่องปกติไหม?
ไม่ปกติครับ อาการแผลมีหนองไหล ปวด บวม หรือแดง ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายของการอักเสบและติดเชื้อรุนแรง หากพบอาการเหล่านี้หลังการผ่าตัด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ผู้รักษาโดยเร็วที่สุดเพื่อประเมินและให้การรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง
10.วิธีดูแลตัวเองหลังทำจมูกโอเพ่นให้ทรงแลดูสวยเข้าที่
- การประคบ: ในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรกให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นประคบอุ่น
- การนอน: ให้นอนหงายและหนุนศีรษะให้สูงกว่าหัวใจในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก งดนอนตะแคงหรือนอนคว่ำเด็ดขาด เพื่อลดความเสี่ยงที่จมูกจะเอียงหรือเสียทรง
- การทำความสะอาด: ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือซับทำความสะอาดแผลเบาๆ ห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม
- การงดอาหารและพฤติกรรมเสี่ยง: ควรงดของหมักดอง อาหารทะเล อาหารรสจัด งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือน รวมถึงงดออกกำลังกายหนักๆ เพื่อไม่ให้แผลกระทบกระเทือน


หน้าแรก
โปรโมชั่น
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี