หน้าอกยาน หย่อนคล้อย แก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดแบบไร้สาย

หน้าอกยาน

ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย หรือในทางการแพทย์เรียกว่าภาวะเต้านมหย่อน (Breast Ptosis) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อเต้านมสูญเสียความยืดหยุ่นและคล้อยต่ำลงตามวัย ภาวะนี้อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ การแต่งกาย และการใช้ชีวิตประจำวันของสาวๆหลายท่าน ในปัจจุบันมีแนวทางการดูแลทางการแพทย์หลายวิธี รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดยกกระชับที่อาจช่วยลดความกังวลในการพักฟื้น บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ ระดับความหย่อนคล้อย และขั้นตอนการประเมินที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

สาเหตุของภาวะหน้าอกหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร?

  • อายุที่เพิ่มขึ้นและแรงโน้มถ่วง: เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะลดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้โครงสร้างผิวหนังและเส้นเอ็นยึดเต้านม (Cooper’s ligaments) สูญเสียความยืดหยุ่น ประกอบกับแรงโน้มถ่วงของโลกที่ดึงรั้งเนื้อเยื่อเต้านมลงมา
  • การตั้งครรภ์และการให้นมบุตร: ในช่วงตั้งครรภ์เนื้อเยื่อเต้านมจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเมื่อหยุดให้นมบุตรเต้านมจะหดตัวลง ส่งผลให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อปรับตัวไม่ทันและเกิดความหย่อนคล้อย
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักอย่างรวดเร็ว: การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วผิดวิธี ทำให้ปริมาณไขมันในหน้าอกลดลงอย่างฉับพลัน แต่ผิวหนังไม่สามารถหดตัวกลับมาได้ทัน จึงทำให้เนื้อเต้านมดูเหลวและหย่อนคล้อย
  • พันธุกรรม: ลักษณะทางพันธุกรรมมีส่วนกำหนดโครงสร้างความแข็งแรงของผิวหนังและความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมแต่กำเนิด
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การสูบบุหรี่มีสารพิษที่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็ว การนั่งหรือยืนหลังค่อมเป็นประจำส่งผลต่อความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การนอนคว่ำหรือตะแคงกดทับหน้าอกเป็นเวลานาน รวมถึงการสวมใส่บราที่ไม่พอดีหรือไม่กระชับ

ระดับของความหย่อนคล้อยของหน้าอก (Degree of Breast Ptosis)

ระดับของความหย่อนคล้อยของหน้าอก (Degree of Breast Ptosis) แพทย์จะประเมินระดับความหย่อนคล้อยจากตำแหน่งของหัวนมเทียบกับเส้นใต้ราวนม (Inframammary fold) ดังนี้:

  • ระดับปกติ (Normal): หัวนมอยู่ในระดับกึ่งกลาง หรืออยู่สูงกว่าเส้นใต้ราวนม เต้านมมีความกระชับตามปกติ
  • ระดับที่ 1 หย่อนคล้อยเล็กน้อย (Mild Ptosis): หัวนมเริ่มคล้อยต่ำลงมาเล็กน้อย หรืออยู่ในระดับเดียวกับเส้นใต้ราวนม (ต่ำลงไม่เกิน 1 เซนติเมตร) หากต้องการยกกระชับ แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคนิคแผลรอบปานนม (Periareolar Lift / Donut)
  • ระดับที่ 2 หย่อนคล้อยปานกลาง (Moderate Ptosis): หัวนมคล้อยต่ำกว่าเส้นใต้ราวนมประมาณ 1-3 เซนติเมตร และเริ่มชี้ลง แพทย์มักพิจารณาเทคนิคการยกกระชับแบบแผลแนวตั้ง (Lollipop Lift / Vertical) หรืออาจพิจารณาเสริมวัสดุร่วมด้วยเพื่อเพิ่มปริมาตร
  • ระดับที่ 3 หย่อนคล้อยรุนแรง (Severe Ptosis): หัวนมอยู่ต่ำกว่าเส้นใต้ราวนมมากกว่า 3 เซนติเมตรขึ้นไป และชี้ลงพื้นอย่างชัดเจน ในกรณีนี้มักพิจารณาเทคนิคแผลรูปตัวทีกลับหัว หรือสมอเรือ (Inverted-T / Anchor Lift) เพื่อตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินและจัดสัดส่วนหัวนมใหม่

เทคนิคการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก

ผ่าตัดนมซิลิโคนนม เสริมหน้าอก ธีระธรฌ์คลินิก หมอกัน

เทคนิคการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก (การพิจารณาใช้สายเดรนขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์) โดยปกติ สายเดรน (Drain) เป็นท่อระบายที่แพทย์พิจารณาใส่ไว้เพื่อระบายเลือดหรือน้ำเหลืองตกค้างหลังการผ่าตัด แต่ด้วยเทคนิคทางศัลยกรรมตกแต่งในปัจจุบัน แพทย์สามารถใช้เครื่องมือที่ช่วยลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสการตกค้างของเลือดหรือน้ำเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าจะต้องใช้สายเดรนหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ตามความเหมาะสมและความปลอดภัยของสรีระแต่ละบุคคลเป็นหลัก

การดูแลตัวเองก่อนและหลังการผ่าตัด

ก่อนการผ่าตัด

ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัว ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่รับประทานให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด และควรงดสูบบุหรี่รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล่วงหน้า

หลังการผ่าตัด

  • สวมใส่บราซัพพอร์ต (Support Bra) ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ เพื่อพยุงหน้าอกและดูแลอาการบวม
  • รักษาความสะอาดของแผลผ่าตัดตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • งดการยกของหนัก การออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก หรือการยกแขนสูงเกินไป ในช่วง 4-6 สัปดาห์แรก
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพื่อให้กระบวนการสมานแผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การผ่าตัดลดขนาดเต้านม (Breast Reduction / Reduction Mammaplasty)

นอกจากการผ่าตัดยกกระชับเต้านมแล้ว ยังมีแนวทางการดูแลอื่น ๆ ที่ช่วยปรับสัดส่วนจากภาวะหน้าอกหย่อนคล้อยได้ โดยพิจารณาจากปัญหาและสรีระของผู้รับบริการแต่ละราย ดังนี้

การผ่าตัดลดขนาดเต้านม (Breast Reduction / Reduction Mammaplasty) สำหรับผู้ที่มีหน้าอกขนาดใหญ่มากและมีภาวะหย่อนคล้อยร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาตัดเนื้อเยื่อเต้านม ไขมัน และผิวหนังส่วนเกินออก จากนั้นจะเลื่อนตำแหน่งหัวนมและปานนมขึ้นไปให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมกับสรีระ วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้สัดส่วนเต้านมแลดูกระชับและสมส่วนขึ้น แต่ยังอาจช่วยบรรเทาปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ เช่น อาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือการกดทับจากสายเสื้อชั้นในได้อีกด้วย

ขั้นตอนการผ่าตัดลดขนาดเต้านม

  • แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจหาความผิดปกติของเต้านมก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด
  • ตรวจเลือด ปอด และการทำงานของหัวใจ เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายต่อการระงับความรู้สึก
  • ศัลยแพทย์จะทำการวัดและกำหนดจุดผ่าตัด เพื่อวางแผนขนาดและตำแหน่งของหัวนมใหม่
  • วิสัญญีแพทย์จะทำการระงับความรู้สึกด้วยยาสลบ (General Anesthesia) ตลอดการผ่าตัด

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น การผ่าตัดลดขนาดเต้านมเป็นการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ผู้รับบริการควรรับทราบล่วงหน้า ได้แก่

  • การติดเชื้อ แผลอักเสบ แผลแยก หรือแผลสมานตัวช้า
  • การเกิดแผลเป็น หรือแผลเป็นนูน (Keloid)
  • อาการชา สูญเสียความรู้สึกบริเวณหัวนม ซึ่งอาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร
  • ความไม่สมมาตรของขนาดเต้านมและหัวนมทั้งสองข้าง
  • ในช่วงแรกหลังผ่าตัด เต้านมอาจมีอาการบวม ซึ่งต้องอาศัยเวลาในการปรับรูปทรงตามแรงโน้มถ่วงประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ ในบางรายอาจมีการพิจารณาผ่าตัดดูแลผิวหนังส่วนเกินเพิ่มเติมในภายหลัง

การเสริมหน้าอกด้วยเทคนิค Dual Plane

การเสริมหน้าอกด้วยเทคนิค Dual Plane เป็นการจัดวางวัสดุโดยให้อยู่ใน 2 ระนาบ คือ ส่วนบนของวัสดุจะถูกสอดไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก (Pectoralis major) และส่วนล่างจะอยู่ใต้เนื้อเยื่อเต้านม เทคนิคนี้ช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณเต้านมส่วนล่าง ทำให้สัดส่วนเต้านมแลดูรับกับสรีระ ช่วยพรางขอบวัสดุ (Rippling) และช่วยประคองเนื้อเยื่อที่คล้อยให้แลดูกระชับและมีเนินอกที่แลดูมีมิติขึ้นได้

วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องเนื้อหน้าอกน้อย หรือผู้ที่มีความกังวลเรื่องหน้าอกคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง รวมถึงผู้ที่มีเนื้อนมเดิมอยู่แล้วแต่ต้องการปรับสัดส่วนให้แลดูกระชับขึ้น

ขั้นตอนการเสริมหน้าอก

  • วิสัญญีแพทย์จะทำการระงับความรู้สึกด้วยยาสลบ
  • ศัลยแพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดตามตำแหน่งที่ได้ประเมินไว้ เช่น ใต้รอยพับราวนม, ใต้รักแร้ หรือรอบปานนม
  • ทำการจัดวางวัสดุในเทคนิค Dual plane เพื่อปรับสัดส่วนตามแผนการดูแล

(หมายเหตุทางการแพทย์: เทคนิคการผ่าตัดที่อาจพิจารณาไม่ใช้สายเดรน เป็นผลมาจากการที่แพทย์สามารถควบคุมการห้ามเลือดระหว่างผ่าตัดได้ ซึ่งอาจช่วยลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ไม่สามารถรับรองผลลัพธ์หรือความปลอดภัยได้เด็ดขาด ผลลัพธ์และการเกิดภาวะแทรกซ้อนย่อมขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล)

แนวทางการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันและชะลอภาวะหน้าอกหย่อนคล้อย

แนวทางการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันและชะลอภาวะหน้าอกหย่อนคล้อย แม้อายุและแรงโน้มถ่วงจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยชะลอความหย่อนคล้อยได้ ดังนี้

  • สวมใส่บราให้พอดีและเหมาะสม: การเลือกบราที่รองรับขนาดหน้าอกได้พอดี โดยเฉพาะการใส่สปอร์ตบรา (Sports bra) เมื่อออกกำลังกาย จะช่วยพยุงเต้านม ลดแรงกระแทก และลดการยืดตัวของเส้นเอ็นยึดเต้านม (Cooper’s ligaments) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน: การปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว (Yo-Yo Effect) จะทำให้ผิวหนังขยายและหดตัวซ้ำๆ จนสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดความหย่อนคล้อยในที่สุด
  • ออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก: ท่าออกกำลังกาย เช่น Push-up, Chest press หรือท่ายืดเหยียด จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อฐานอก (Pectoralis) ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานรองรับเต้านม ทำให้ภาพรวมของหน้าอกแลดูกระชับขึ้น (แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างเนื้อนมที่คล้อยไปแล้วได้โดยตรงก็ตาม)
  • งดสูบบุหรี่: สารพิษในบุหรี่จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนังเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น และนำไปสู่ความหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร
  • ดูแลเรื่องโภชนาการและฮอร์โมน: การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินซีสูงจะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน สำหรับผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือมีภาวะฮอร์โมนลดลง หากต้องการใช้ฮอร์โมนทดแทน ควรเข้ารับการตรวจและรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพเต้านม

แนวทางการดูแลปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย

แนวทางการดูแลปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย หรือภาวะเต้านมหย่อน (Breast Ptosis) เป็นภาวะการเปลี่ยนแปลงตามวัยที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีแนวทางและเทคนิคทางการแพทย์มากมายที่สามารถช่วยดูแลปัญหานี้ เพื่อช่วยปรับสัดส่วนให้แลดูกระชับและเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น โดยสามารถสรุปแนวทางได้ดังนี้

  • สำหรับผู้ที่มีความกังวลระดับเล็กน้อย: อาจเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสวมใส่บราที่กระชับและพอดีกับสรีระ การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกเพื่อสร้างฐานรองรับเต้านม หรืออาจพิจารณาหัตถการทางการแพทย์กลุ่มที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การใช้เทคโนโลยี J-Plasma หรือเครื่องมือกลุ่มคลื่นความถี่วิทยุ (RF) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ผิวหนังแลดูกระชับขึ้น
  • สำหรับผู้ที่มีความกังวลระดับปานกลางถึงรุนแรง: การผ่าตัดศัลยกรรมมักเป็นทางเลือกที่แพทย์พิจารณาเพื่อช่วยยกกระชับสัดส่วน โดยจะพิจารณาจากเทคนิคต่างๆ เช่น
  • การผ่าตัดยกกระชับทรวงอก (Mastopexy) ซึ่งมีเทคนิคการลงแผลหลายรูปแบบตามระดับความหย่อนคล้อย เช่น แผลรอบปานนม (Donut), แผลแนวตั้ง (Lollipop) หรือแผลรูปสมอเรือ (Anchor)
  • การผ่าตัดลดขนาดเต้านม (Breast Reduction) สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกใหญ่จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
  • การผ่าตัดยกกระชับร่วมกับการเสริมเต้านม (ด้วยวัสดุทางการแพทย์ หรือการฉีดไขมันตัวเองแบบ Hybrid) สำหรับเคสที่เนื้อนมเดิมฟ่อตัวลง และต้องการปรับสัดส่วนให้เนินอกแลดูมีมิติขึ้น

เนื่องจากสรีระ โครงสร้างเนื้อเยื่อ ปริมาณเนื้อนม และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน จึงไม่มีวิธีการดูแลใดที่เหมาะสมกับสรีระของทุกคน ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและนัดหมายเพื่อเข้ารับการตรวจประเมินสรีระกับแพทย์ เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษา เลือกเทคนิคที่เหมาะสม และรับทราบถึงความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน ตลอดจนข้อจำกัดของการรักษาแต่ละวิธีอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

YKJ Medical Clinic ด้านศัลยกรรม เสริมความงาม

โดยหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (คุณหมอกัน) ว.27560

YKJ Medical Clinic (ชื่อเดิม “ธีระธรฌ์คลินิก”) ก่อตั้งโดยคุณหมอกัน นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ แพทย์ผ่าตัดจมูกโอเพ่น เปิดให้บริการด้านความงามมาเกือบ 15 ปี โดดเด่นในหลากหลายหัตถการ เช่น โปรแกรมเสริมจมูกโอเพ่น , โปรแกรมทำตาสองชั้น , โปรแกรมดึงหน้า , โปรแกรมเสริมหน้าอก , โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และอื่นๆ

คุณหมอได้ศึกษาและผสมผสานศาสตร์และศิลป์ในการวิเคราะห์รูปหน้า รูปทรงจมูก ให้รับกับรูปหน้า ตามหลัก Fibonacci ratio อัตราส่วนทองคำ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงตามความต้องการของคนไข้ โดยยึดหลัก การออกแบบให้ดูดีขึ้น

แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ ปรับเปลี่ยนโดยไม่เสียความเป็นตัวเองไป เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยของตนเองอยู่แล้ว

นอกจากคุณหมอกันแล้ว YKJ Medical Clinic ยังมีแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีทักษะและความสามารถ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อมาที่ YKJ Medical Clinic แล้ว จะได้รับมาตรฐานการดูแลรักษาที่ดี

home หน้าแรก promotion โปรโมชั่น tel ปรึกษาฟรี line ปรึกษาฟรี