ต้นขาเบียด เกิดจากอะไร? วิธีดูแลและลดปัญหาตามหลักการแพทย์

ลดขาเบียด

ปัญหาต้นขาเบียด เป็นความกังวลของใครหลายคน เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความไม่มั่นใจในรูปร่างแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังตามมาจากการเสียดสี บทความนี้จะมาให้ความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับสาเหตุ และแนวทางการดูแลที่ถูกต้อง

ภาวะขาเบียด คืออะไร?

ลดขาเบียด

“ขาเบียด” คือ ภาวะที่มีการสะสมของไขมันบริเวณต้นขาด้านในมากเกินไป จนไม่มีช่องว่างระหว่างขาทั้งสองข้าง เมื่อลุกขึ้นยืนหรือเดินจะทำให้เนื้อบริเวณต้นขาเบียดและเสียดสีกัน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณขาหนีบคล้ำ เกิดอาการระคายเคือง เป็นผื่น หรืออาจลุกลามเป็นแผลได้ นอกจากนี้ยังทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เกิดความอับชื้นบริเวณจุดซ่อนเร้นได้

ปัญหาขาเบียด เกิดจากอะไร?

ในทางการแพทย์ ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างกระดูกและพฤติกรรม ดังนี้

  • อิทธิพลของฮอร์โมน: ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง มีส่วนกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันบริเวณต้นขาและสะโพก
  • กรรมพันธุ์และสรีระ: โครงสร้างกระดูกเชิงกรานและกรรมพันธุ์มีส่วนสำคัญ หากบุคคลในครอบครัวมีรูปร่างหรือต้นขาใหญ่ ก็มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดลักษณะนี้มาด้วย
  • พฤติกรรมการทานอาหาร: การทานแป้ง น้ำตาล และไขมันทรานส์สูงเกินความจำเป็น รวมถึงอาหารรสจัดหรือเค็มจัดที่ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเกิดภาวะบวมน้ำบริเวณต้นขาได้
  • การดื่มน้ำไม่เพียงพอ: ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มที่
  • พฤติกรรมความเคยชิน: การนั่งไขว่ห้างเป็นประจำ หรือนั่งยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง

 แนวทางการดูแลปัญหาขาเบียด

ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถลดไขมันเฉพาะส่วนด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับแนวทางทางการแพทย์ ดังนี้

  • การปรับพฤติกรรม: ควรเน้นควบคุมอาหาร ลดของหวานและของเค็มจัด ร่วมกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและบริหารกล้ามเนื้อช่วงล่างให้แลดูกระชับ
  • การใช้เครื่องมือทางการแพทย์: สำหรับผู้ที่ต้องการทางเลือกเพิ่มเติม แพทย์อาจพิจารณาใช้เครื่องมือเข้าช่วย เช่น
    • โปรแกรมลดไขมันด้วยความเย็น: การใช้ความเย็นช่วยลดไขมันบริเวณที่กังวลให้ออกจากร่างกายตามกลไกปกติ
    • การดูดไขมัน (Liposuction): เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมปริมาณมาก (หมายเหตุ: สถานพยาบาลต้องได้รับอนุญาตให้มีห้องผ่าตัด)
    • โปรแกรมยกกระชับผิว (เช่น โปรแกรม Thermage FLX): การใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวต้นขาด้านในแลดูกระชับขึ้น

แนะนำวิธีลดปัญหาต้นขาเบียดด้วยตัวเอง เพื่อหุ่นที่แลดูกระชับและสมส่วน

1.เลือกทานอาหารให้ถูกต้อง (หลีกเลี่ยงการอดอาหาร)

หลายคนมีความเชื่อว่าการอดอาหารจะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้เร็ว แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของเราต้องการพลังงานไปใช้ในกระบวนการทำงาน เมื่อคุณอดอาหารมื้อแรก จะส่งผลให้หิวและทานมื้อต่อไปมากขึ้น ที่สำคัญคือระบบเผาผลาญจะลดประสิทธิภาพลง ร่างกายจึงเปลี่ยนพลังงานไปสะสมเป็นไขมันตามส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้น

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยปรับสมดุลและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของร่างกายได้ดีขึ้น โดยอาหารที่แนะนำมีดังนี้

  • ไข่: แหล่งโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ระบบเผาผลาญโดยรวมก็จะทำงานได้ดีขึ้น
  • เนื้อปลา: โปรตีนและไขมันดีจะช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน ลดความอยากอาหาร
  • เกรปฟรุต และผลไม้ตระกูลส้ม: อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี ช่วยปรับสมดุลน้ำในร่างกาย
  • ถั่ว และเนยถั่ว: อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันดี ช่วยลดความอยากอาหาร
  • ธัญพืชไม่ขัดสี: มีใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้องนาน กระตุ้นระบบขับถ่าย

คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรหลีกเลี่ยงอาหารและของเค็มจัด เพราะโซเดียมจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะบวมน้ำ พร้อมทั้งดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 1.5 – 2 ลิตร

2.ออกกำลังกายดูแลต้นขา

ในทางการแพทย์ ร่างกายไม่สามารถลดไขมัน “เฉพาะส่วน” ได้ แต่การทำงานของกล้ามเนื้อหลายส่วนผ่านการทำคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง จะช่วยลดไขมันรวม และทำให้ต้นขาแลดูกระชับ สมส่วนขึ้น แนะนำท่าออกกำลังกายดังนี้

  • วิ่ง (Running): เป็นการคาร์ดิโอที่กล้ามเนื้อหลายส่วนทำงานพร้อมกัน ช่วยให้กล้ามเนื้อช่วงล่างแลดูกระชับขึ้น
  • Squats (สควอท): เริ่มจากยืนตรง กางขาออกกว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย ย่อเข่าลงคล้ายนั่งเก้าอี้ ท่านี้จะช่วยให้ต้นขา น่อง และสะโพก แข็งแรงและแลดูกระชับ (ทำรอบละ 10-15 ครั้ง จำนวน 3 รอบ)
  • Side-Lying Leg Lift (นอนตะแคงยกขา): นอนตะแคง ใช้แขนหนุนศีรษะไว้ ยกขาด้านบนขึ้นลง ค้างไว้ 3 วินาที (ทำสลับข้างรอบละ 10-15 ครั้ง) ช่วยเน้นกล้ามเนื้อต้นขาด้านนอกและด้านใน
  • Leg Raise (นอนหงายยกขา): นอนราบ เอามือแนบชิดลำตัว ยกขาทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกันให้ทำมุม 90 องศากับลำตัว ท่านี้ช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและต้นขา (ทำซ้ำ 10 ครั้งต่อ 1 เซ็ต)

 แนวทางการดูแลปัญหาต้นขาเบียดด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์

ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์มีส่วนช่วยดูแลสัดส่วนบริเวณต้นขาได้อย่างตรงจุด อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เทคโนโลยีควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาและสรีระของแต่ละบุคคล โดยมีทางเลือกดังนี้

1.โปรแกรม Venus Freeze (เทคโนโลยีคลื่นวิทยุผสานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)

เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลสัดส่วนด้วยการผสานคลื่นวิทยุและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ส่งพลังงานความร้อนที่เหมาะสมเข้าสู่ชั้นผิว

  • หลักการทำงาน: คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่วนความร้อนจากคลื่น RF ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวที่แลดูย้วยหรือเซลลูไลต์ดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น
  • ข้อดี: เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้น อาจมีเพียงรอยแดงเรื่อๆ บนผิวหลังทำซึ่งจะหายไปเอง
  • ข้อควรระวัง: ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง, โรคหัวใจ, ผู้ใส่อุปกรณ์กระตุ้นหัวใจ, ผู้มีปัญหาไทรอยด์รุนแรง, สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีแผลติดเชื้อบริเวณที่จะทำ

2.โปรแกรมดูแลสัดส่วนเฉพาะจุด

การใช้ตัวยาที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจาก อย. เพื่อช่วยดูแลปัญหาไขมันสะสมใต้ผิวหนัง

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดระดับปานกลาง และมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ข้อควรระวัง: อาจมีอาการบวมบริเวณที่ทำประมาณ 1-3 วันแรก และอาจมีรอยฟกช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะค่อยๆ แลดูยุบลง

3.โปรแกรม Body FX (คลื่นวิทยุและแรงดูดสุญญากาศ)

เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลปัญหาเซลลูไลต์และกระชับผิว

  • หลักการทำงาน: ใช้ระบบสุญญากาศร่วมกับคลื่นวิทยุ สร้างความร้อนสะสมบริเวณชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแลดูตึงกระชับ
  • ข้อดี: ช่วยให้ผิวที่เคยเป็นคลื่นเซลลูไลต์แลดูเรียบเนียนขึ้น โดยใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย

คำแนะนำเพิ่มเติม: เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคุมอาหาร และหมั่นออกกำลังกาย เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

YKJ Medical Clinic ด้านศัลยกรรม เสริมความงาม

โดยหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (คุณหมอกัน) ว.27560

YKJ Medical Clinic (ชื่อเดิม “ธีระธรฌ์คลินิก”) ก่อตั้งโดยคุณหมอกัน นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ แพทย์ผ่าตัดจมูกโอเพ่น เปิดให้บริการด้านความงามมาเกือบ 15 ปี โดดเด่นในหลากหลายหัตถการ เช่น โปรแกรมเสริมจมูกโอเพ่น , โปรแกรมทำตาสองชั้น , โปรแกรมดึงหน้า , โปรแกรมเสริมหน้าอก , โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และอื่นๆ

คุณหมอได้ศึกษาและผสมผสานศาสตร์และศิลป์ในการวิเคราะห์รูปหน้า รูปทรงจมูก ให้รับกับรูปหน้า ตามหลัก Fibonacci ratio อัตราส่วนทองคำ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงตามความต้องการของคนไข้ โดยยึดหลัก การออกแบบให้ดูดีขึ้น

แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ ปรับเปลี่ยนโดยไม่เสียความเป็นตัวเองไป เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยของตนเองอยู่แล้ว

นอกจากคุณหมอกันแล้ว YKJ Medical Clinic ยังมีแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีทักษะและความสามารถ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อมาที่ YKJ Medical Clinic แล้ว จะได้รับมาตรฐานการดูแลรักษาที่ดี

home หน้าแรก promotion โปรโมชั่น tel ปรึกษาฟรี line ปรึกษาฟรี