ในปัจจุบัน นอกจากการผ่าตัดเสริมจมูกแล้ว “การร้อยไหมจมูก” เป็นอีกหนึ่งแนวทางเลือกทางการแพทย์สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่ ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าเทคนิคการร้อยไหมเพื่อยกปลายจมูก ช่วยปรับสัดส่วนใดได้บ้าง และมีข้อเท็จจริงทางการแพทย์อย่างไร

ร้อยไหมจมูก ช่วยดูแลปัญหาใดได้บ้าง?
การร้อยไหมจมูก เหมาะสำหรับผู้ที่มีฐานจมูกเดิมอยู่บ้าง แต่ต้องการปรับแต่งรูปทรงให้แลดูมีมิติมากขึ้น โดยสามารถช่วยดูแลปัญหาได้ดังนี้
- เพิ่มมิติของสันจมูก: ช่วยพยุงเนื้อเยื่อบริเวณสันจมูกให้แลดูเป็นสันตรงและคมชัดขึ้น
- ยกปลายจมูก (Tip Projection): ช่วยพยุงและยกปลายจมูกที่งุ้มหรือตกให้แลดูเชิดขึ้นในองศาที่รับกับใบหน้า
- ปีกจมูกแลดูเล็กลงทางอ้อม: เมื่อปลายจมูกถูกดึงยกให้แลดูพุ่งขึ้น จะส่งผลทางอ้อมให้เนื้อเยื่อบริเวณปีกจมูกถูกดึงรั้งจนรูจมูกแลดูแคบลงเล็กน้อย (อย่างไรก็ตาม การร้อยไหมไม่สามารถตัดเนื้อเยื่อปีกจมูกส่วนเกินออกได้ หากปีกจมูกกว้างหรือหนามาก การผ่าตัดตัดปีกจมูกอาจเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า)
เทคนิคการร้อยไหมยกปลายจมูก ทำงานอย่างไร?
เทคนิคนี้ แพทย์จะใช้ “ไหมละลายทางการแพทย์” (เช่น วัสดุ PDO, PLLA หรือ PCL) สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำยันเนื้อเยื่อจมูก โดยมักพิจารณาเลือกใช้ไหมชนิดมีเงี่ยง (Barbed/Cog Threads) เนื่องจากเงี่ยงขนาดเล็กจะช่วยยึดเกาะเนื้อเยื่อและพยุงปลายจมูกให้แลดูเชิดขึ้น
นอกจากจะช่วยยกพยุงแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป เส้นไหมจะช่วยประคองรูปทรงจมูกไว้ แต่ผลลัพธ์นี้ “ไม่ถาวร” โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุไหมและการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล
ขั้นตอนการรักษา
- แพทย์จะประเมินโครงสร้างจมูก ซักประวัติสุขภาพ และวางแผนการดูแล
- ทำความสะอาดผิวและให้ยาชาเฉพาะที่บริเวณจมูก เพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ
- แพทย์จะพิจารณาใช้เข็มปลายทู่เพื่อลดความบอบช้ำ นำเส้นไหมสอดเข้าไปในชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสม เหนือกระดูกอ่อนและกระดูกจมูก เพื่อจัดองศาและรูปทรงจมูกให้แลดูได้สัดส่วน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับปริมาณและชนิดของเส้นไหม
ในทางการแพทย์ “การใส่เส้นไหมปริมาณมาก ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป” การร้อยไหมจำนวนมากเกินความจำเป็นในพื้นที่จำกัดของจมูก อาจส่งผลให้เกิด “พังผืด (Fibrosis)” หนาตัวผิดปกติจนดึงรั้งจมูกให้ผิดรูป หรือเพิ่มแรงดันจนเกิดภาวะ “ไหมทะลุผิวหนัง (Thread Extrusion)” ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แพทย์ผู้ทำการรักษาจะเป็นผู้ประเมินจำนวนเส้นไหมที่พอดีกับฐานจมูกและโครงสร้างของคนไข้แต่ละราย (โดยเฉลี่ยปลายจมูกใช้ประมาณ 2-3 เส้น และสันจมูก 3-5 เส้น)
ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
แม้การร้อยไหมจมูกจะเป็นหัตถการที่มีรอยแผลเล็กและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน แต่ก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการบวมช้ำ การอักเสบติดเชื้อ ความไม่สมมาตร หรือภาวะไหมทะลุหากดูแลไม่ถูกวิธี
ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วน และเข้ารับการประเมินโครงสร้างจมูกโดยตรงกับแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อรับทราบแผนการรักษา ความเสี่ยง และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสรีระของตนเอง
YKJ Medical Clinic ด้านศัลยกรรม เสริมความงาม
โดยหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (คุณหมอกัน) ว.27560
YKJ Medical Clinic (ชื่อเดิม “ธีระธรฌ์คลินิก”) ก่อตั้งโดยคุณหมอกัน นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ แพทย์ผ่าตัดจมูกโอเพ่น เปิดให้บริการด้านความงามมาเกือบ 15 ปี โดดเด่นในหลากหลายหัตถการ เช่น โปรแกรมเสริมจมูกโอเพ่น , โปรแกรมทำตาสองชั้น , โปรแกรมดึงหน้า , โปรแกรมเสริมหน้าอก , โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และอื่นๆ
คุณหมอได้ศึกษาและผสมผสานศาสตร์และศิลป์ในการวิเคราะห์รูปหน้า รูปทรงจมูก ให้รับกับรูปหน้า ตามหลัก Fibonacci ratio อัตราส่วนทองคำ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงตามความต้องการของคนไข้ โดยยึดหลัก การออกแบบให้ดูดีขึ้น
แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ ปรับเปลี่ยนโดยไม่เสียความเป็นตัวเองไป เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยของตนเองอยู่แล้ว
นอกจากคุณหมอกันแล้ว YKJ Medical Clinic ยังมีแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีทักษะและความสามารถ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อมาที่ YKJ Medical Clinic แล้ว จะได้รับมาตรฐานการดูแลรักษาที่ดี
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
บทความ : แก้จมูก ทำไมราคาสูงกว่าเสริมจมูกใหม่
บทความ : การเตรียมตัวก่อนทำจมูก วิธีเตรียมตัวก่อนผ่าตัดศัลยกรรมจมูก


หน้าแรก
โปรโมชั่น
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี