การเสริมคาง เป็นหนึ่งในความต้องการของผู้ที่อยากปรับรูปหน้าในปัจจุบัน เพราะการมีสัดส่วนคางที่เหมาะสมช่วยให้ใบหน้าแลดูมีมิติ และสมส่วนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงหน้าและองค์ประกอบใบหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การเสริมคางจึงต้องอาศัยการประเมินโครงสร้างใบหน้าโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ปลอดภัย และไม่ฝืนโครงสร้างเดิม การเสริมคางสามารถช่วยดูแลปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย หรือคางเบี้ยว เพื่อช่วยให้ใบหน้าแลดูสมมาตรขึ้น

โครงหน้าแบบไหนที่เรียกว่า “สมส่วน”
ในการประเมินสัดส่วนใบหน้า แพทย์จะใช้หลักการวัดสัดส่วนที่เรียกว่า สัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ดังนี้:
- สัดส่วนแนวตั้ง (Facial Thirds): ใบหน้าจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนบน (ไรผมถึงหว่างคิ้ว), ส่วนกลาง (หว่างคิ้วถึงปลายจมูก) และส่วนล่าง (ปลายจมูกถึงปลายคาง) ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ควรมีสัดส่วนความยาวที่เท่ากันคือ 1:1:1
- สัดส่วนด้านข้าง (Ricketts E-Line): แพทย์จะใช้เส้นสมมติลากจาก “ปลายจมูก” ไปยัง “ปลายคาง” คางที่สมส่วนจะต้องทำให้ริมฝีปากบนและล่างอยู่หลังเส้นนี้เล็กน้อย หากคางสั้นกว่าเส้นนี้จะทำให้ปากดูยื่น แต่ถ้าคางยาวเกินไปก็จะดูไม่ได้สัดส่วน

เลือกทรงคางอย่างไรให้เข้ากับรูปหน้า?
แพทย์จะประเมินรูปหน้าเดิมเพื่อเลือกทรงซิลิโคนที่จะเข้าไปช่วยดูแลจุดบกพร่อง ดังนี้:
- คางทรงป้าน (Blunt): ปลายไม่แหลม ฐานกว้างเล็กน้อย เหมาะกับคนที่มีใบหน้ากลมหรือหน้าเหลี่ยม จะช่วยลดความแข็งของแนวกราม ทำให้กรอบหน้าแลดูละมุนขึ้น
- คางทรงกลม (Round): โค้งมน ไม่มีเหลี่ยมมุม เหมาะกับคนที่มีหน้ารูปไข่หรือหน้ารูปหัวใจ แต่อยากให้คางแลดูมีมิติขึ้นเล็กน้อย
- คางทรงปลายแหลม: ปลายคางเรียวยาว ช่วยให้กรอบหน้าแลดูชัดขึ้น เหมาะกับคนที่มีกรามหรือแก้มเยอะ
- คางทรงปลายมนโค้ง: เป็นทรงที่ผสมผสานระหว่างความเรียวและความละมุน ปลายคางโค้งมนไม่แหลมชี้ เข้ากับโครงหน้าคนไทยได้หลายแบบ
การเสริมคางมีข้อจำกัดทางสรีรวิทยา ในคนไข้อาจฝืนใส่ซิลิโคนให้ยาวเกินไปไม่ได้เพราะจะมีความเสี่ยงต่อภาวะคางทะลุ หรือซิลิโคนกดทับเส้นประสาท นอกจากนี้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหาขากรรไกรผิดปกติรุนแรง การเสริมคางด้วยซิลิโคนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิธีจัดฟัน หรือผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร (Orthognathic Surgery) ร่วมด้วย ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเสริมคาง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินโครงหน้าอย่างละเอียด เลือกเทคนิคและวัสดุที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์และความปลอดภัยในระยะยาว
การเสริมคาง มีกี่แบบ และควรเลือกแบบไหนดี?
หลังจากการประเมินโครงหน้าและสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว การดูแลปัญหาคางสั้น คางตัด หรือคางถอย ในทางการแพทย์ปัจจุบันมี 2 วิธีหลักๆ ดังนี้

1.โปรแกรมเติมสารเติมเต็ม
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้นไม่มาก ต้องการปรับรูปหน้าให้แลดูเรียวขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นน้อย
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง (Chin Filler): สารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ที่ได้มาตรฐาน จะสามารถสลายได้ตามกระบวนการทางร่างกาย โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี
- ข้อควรระวัง: แพทย์จะใช้เทคนิคฉีดลงลึกถึง “ชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก” เพื่อช่วยลดโอกาสที่ฟิลเลอร์จะเคลื่อนที่ ไหลย้อย หรือจับตัวเป็นก้อน รวมถึงวิธีนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวคางเกิน 1 เซนติเมตร
- โปรแกรมฉีดไขมันตัวเอง (Fat Grafting): เป็นการนำเซลล์ไขมันของคนไข้เองมาเติมบริเวณคาง (หมายเหตุ: อัตราการสลายตัวของเซลล์ไขมันในช่วง 1 ปีแรก ขึ้นอยู่กับการดูแลและการเผาผลาญของแต่ละบุคคล)

2.การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน (Silicone Chin Augmentation)
จุดเด่นของการเสริมคางด้วยซิลิโคนคือ ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้ยาวนาน เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางสั้นมาก คางถอย หรือต้องการเพิ่มความยาวมากกว่า 1 เซนติเมตรขึ้นไป โดยแพทย์จะเหลาปรับแต่งรูปทรงแบบเฉพาะบุคคลให้รับกับแนวกรามและโครงหน้า

เทคนิคการผ่าตัดเสริมคาง
- แผลนอก: กรีดแผลขนาดเล็กประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร บริเวณใต้คาง ข้อดีคือดูแลแผลง่าย แต่ต้องระมัดระวังเรื่องแผลเป็น
- แผลใน: กรีดแผลซ่อนไว้ในช่องปากบริเวณซอกเหงือกล่าง ข้อดีคือไม่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกต้องดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากเป็นพิเศษ
ในการผ่าตัด ซิลิโคนจะถูกวางไว้ใน “ชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก” เพื่อช่วยให้ยึดเกาะแน่น และลดโอกาสคางเบี้ยวเอียงในระยะยาว
แบบไหนเหมาะสมกว่ากัน?
หากคนไข้ต้องการความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน และปรับแก้โครงสร้างคางได้มาก การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนอาจตอบโจทย์กว่า แต่หากมีปัญหาเพียงเล็กน้อย และไม่มีเวลาพักฟื้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
YKJ Medical Clinic ด้านศัลยกรรม เสริมความงาม
โดยหมอกัน นพ.รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ (คุณหมอกัน) ว.27560
YKJ Medical Clinic (ชื่อเดิม “ธีระธรฌ์คลินิก”) ก่อตั้งโดยคุณหมอกัน นพ. รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์ แพทย์ผ่าตัดจมูกโอเพ่น เปิดให้บริการด้านความงามมาเกือบ 15 ปี โดดเด่นในหลากหลายหัตถการ เช่น โปรแกรมเสริมจมูกโอเพ่น , โปรแกรมทำตาสองชั้น , โปรแกรมดึงหน้า , โปรแกรมเสริมหน้าอก , โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ และอื่นๆ
คุณหมอได้ศึกษาและผสมผสานศาสตร์และศิลป์ในการวิเคราะห์รูปหน้า รูปทรงจมูก ให้รับกับรูปหน้า ตามหลัก Fibonacci ratio อัตราส่วนทองคำ เพื่อให้ได้ใกล้เคียงตามความต้องการของคนไข้ โดยยึดหลัก การออกแบบให้ดูดีขึ้น
แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ ปรับเปลี่ยนโดยไม่เสียความเป็นตัวเองไป เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยของตนเองอยู่แล้ว
นอกจากคุณหมอกันแล้ว YKJ Medical Clinic ยังมีแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่มีทักษะและความสามารถ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเมื่อมาที่ YKJ Medical Clinic แล้ว จะได้รับมาตรฐานการดูแลรักษาที่ดี
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
“คางบุ๋ม” เจ้าปัญหา ไม่อยากมีคางแบบนี้ ต้องแก้ยังไง?


หน้าแรก
โปรโมชั่น
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี