โปรแกรม Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มประเภทฉีดเหมือนกับ โปรแกรม Filler โดย โปรแกรม Sculptra ประกอบด้วยกรด Poly-L-lactic (PLLA) เป็นสารออกฤทธิ์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ถูกนำมาใช้งานอย่างหลากหลายทางการแพทย์ และเป็นสารประกอบหลักใน Sculptra มีหน้าที่เป็นสารเติมเต็มเพื่อจัดการกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัย เช่น ริ้วรอยร่องลึก และการสูญเสีย Volumn
โปรแกรม Sculptra เป็นการกระตุ้นคอลลาเจน การฉีด Sculptra จะเริ่มเห็นผลหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ และเด่นชัดขึ้นเมื่อผ่านไป 2-3 เดือน สามารถคงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 2 ปี (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
“รีวิวเพียบ” ความประทับใจที่ถูกบอกต่อ
- โปรแกรมSculptra คืออะไร?
- กลไกการทำงานของ Sculptra
- สกินแคร์ทั่วไปสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้หรือไม่?
- โปรแกรม Sculptra ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
- ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีด Sculptra?
- ขั้นตอนการฉีด Sculptra
- ฉีด Sculptra แล้วเห็นผลเลยหรือไม่?
- ผลข้างเคียงจากการฉีด Sculptra
- สามารถฉีด Sculptra ร่วมกับ Filler หรือ Bo-tox ได้หรือไม่?
- ฉีด Sculptra ที่ไหนดี?
- รวมรีวิวฉีด Sculptra ที่ YKJ Medical Clinic
โปรแกรม Sculptra พัฒนาโดย Sanofi Aventis ได้รับการอนุมัติครั้งแรกจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) ในปี 2547 เพื่อการรักษา Lipoatrophy ซึ่งเป็นภาวะที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อไขมันบนใบหน้า มักพบในบุคคลที่ติดเชื้อ HIV เดิมทีผลิตภัณฑ์นี้วางตลาดภายใต้ชื่อ “New-Fill” แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “Sculptra Aesthetic” เพื่อใช้งานในด้านความงาม
การฉีด Sculptra ได้รับความนิยมอย่างมากในกว่า 40 ประเทศ โดยเปิดตัวที่ประเทศไทยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา
โปรแกรม Sculptra ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีแนวคิดมาจากความเข้าใจที่ว่า “ความชราของใบหน้าไม่ได้เป็นเพียงผลจากความหย่อนยานของผิวหนังเท่านั้น” แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสูญเสีย Volumn อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอลลาเจน ซึ่งถือว่าเป็นโปรตีนสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นของผิวและคงรูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์
ปัจจัยหลักคือเมื่อคนเราอายุมากขึ้น อัตราการผลิตคอลลาเจนจะลดลง แต่อัตราการสูญเสียคอลลาเจนยังคงเท่าเดิม การสูญเสียคอลลาเจนจะก่อให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอยแห่งวัยตามมา (มีผลการวิจัยออกมาว่า หลังจากอายุ 25 ไปแล้วนั้น ผิวหนังจะผลิตคอลลาเจนลดลงถึง 1.5% ต่อปี)
Poly-L-lactic (PLLA) ใน Sculptra เป็นวัสดุสังเคราะห์ และถูกใช้งานทางการแพทย์ โดยจะทำหน้าที่เป็น “Biostimulator” หรือ “Collagen Stimulator” ที่จะไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
เมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคขนาดเล็กของ PLLA จะค่อยๆ แตกตัว แล้วจะไปกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่ฉีด คอลลาเจนที่ก่อตัวขึ้นใหม่จะช่วยเสริมโครงสร้างให้กับผิว ฟื้นคืน Volumn ที่เสียไป ช่วยให้ผิวหนังดูแข็งแรงขึ้น ดูกระชับ อิ่มฟู ผิวดูสดใส และช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ
เนื่องจากคอลลาเจนถูกผลิตใต้ชั้นผิวหนังชั้นลึกหรือ Dermis Layer ทำให้สกินแคร์ส่วนมากไม่สามารถซึมลึกพอที่จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจาก โปรแกรม Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ที่ฉีดใต้ชั้นผิวหนังโดยตรง จึงสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังที่ถูกต้องได้
- สกินแคร์ทั่วไป : สกินแคร์ทั่วไปมักใช้ทาภายนอก และมักจะประกอบด้วยส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเรียบเนียน ส่วนผสมเหล่านี้อาจรวมไปถึงเรตินอล กรดไฮยาลูโรนิก และวิตามินซี อย่างไรก็ตาม ส่วนผสมเหล่านี้ไม่สามารถซึมลึกพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้
- โปรแกรม Sculptra : การฉีด Sculptra จะฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังโดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยกรด Poly-L-lactic (PLLA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสิ่งกระตุ้นคอลลาเจน เมื่อฉีด PLLA เข้าไปในชั้นผิวหนัง PLLA จะค่อยๆ แตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่
โปรแกรม Sculptra ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
โปรแกรม Sculptra สามารถฉีดได้หลายจุดตามลักษณะปัญหาและความต้องการของคนไข้ โดยจุดที่นิยมฉีด ได้แก่
- ขมับ : เพื่อแก้ไขปัญหาการสูญเสีย Volumn และปัญหาขมับลึก ขมับยุบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตามอายุ
- แก้ม : เพื่อฟื้นคืน Volumn บริเวณส่วนกลางใบหน้า และปรับโครงแก้มให้ดูดีขึ้น
- ร่องแก้ม : เพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มลึก ฟื้นคืน Volumn ช่วยให้ดูเต่งตึง กระชับขึ้น
- ร่องน้ำหมาก : เพื่อลดริ้วรอยบริเวณร่องน้ำหมาก
- กราม : เพื่อเพิ่มความคมชัด และปรับรูปลักษณ์บริเวณกราม
- คาง : เพื่อเสริมคาง และปรับสมดุลบริเวณคาง
นอกจากนั้น โปรแกรม Sculptra ยังสามารถฉีดกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้อีกด้วย เช่น หน้าอก มือ และต้นขา
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของ โปรแกรม Sculptra : หากคนไข้มีประวัติการแพ้ส่วนประกอบของ Sculptra ควรแจ้งให้แพทย์ทราบโดยทันที เพื่อป้องกันอาการแพ้อย่างรุนแรงหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยส่วนผสมหลักของ Sculptra ได้แก่ Poly-L-lactic acid (PLLA) , Sodium Carboxymethylcellulose และ Non-pyrogenic mannitol
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร : ควรหลีกเลี่ยงการฉีด Sculptra ในระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบในบริเวณที่จะฉีด : หากคนไข้ติดเชื้อ หรือมีการอักเสบในบริเวณจะฉีด เช่น มีตุ่มพอง, มีอาการบวมแดงเป็นบริเวณกว้าง แนะนำให้รอจนกว่าจะหายก่อน
- ผู้ที่มีประวัติการแพ้อย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน
- ผู้ที่กำลังรักษาหรือรับประทานยาบางชนิด : ยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับ Sculptra ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการรักษา
ดังนั้นคนไข้จะต้องเปิดเผยประวัติทางการแพทย์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นประวัติการแพ้ยา ประวัติการทำศัลยกรรม และประวัติทางการแพทย์อื่นๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการฉีด Sculptra นอกจากนั้นคนไข้ควรมีความคาดหวังที่เป็นจริงเกี่ยวกับผลลัพธ์ เพราะผลลัพธ์ของ Sculptra นั้นจะเห็นผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป
โปรแกรม Sculptra ไม่เหมือนกับการฉีดสารเติมเต็มประเภทอื่น เช่น Hyaluronic Acid Fillers เพราะการฉีด Sculptra จะไม่เห็นผลลัพธ์โดยทันที เนื่องจากกระบวนการทำงานของ Sculptra นั้นจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ช่วงแรกหลังฉีดอาจสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่ดูอวบอิ่มขึ้นในทันที แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการบวมน้ำของสารที่อยู่ใน Sculptra ซึ่งอาการบวมน้ำนี้จะดีขึ้นหลังผ่านไป 3 วัน
ในด้านผลลัพธ์นั้น ผลลัพธ์ของ Sculptra สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล) หรือมากกว่านั้น สำหรับคนไข้บางรายที่มีปัญหารุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาหลายครั้ง โดยให้เว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
โปรแกรม Sculptra ถือว่าการดูแลโดยแพทย์มีความรู้ ความสามาถที่ผ่านการฝึกอบรมและความรู้ ความสามารถ เนื่องจาก Sculptra ประกอบด้วย PLLA ซึ่งเป็นวัสดุที่เข้ากันได้ทางชีวภาพ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้น้อยมาก
สำหรับผลข้างเคียงจากการฉีด Sculptra นั้น ช่วงแรกอาจมี รอยแดง รอยบวม รอยช้ำ กดแล้วเจ็บ หรืออาจมีอาการคันบริเวณที่ฉีด ผลข้างเคียงเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ภายใน 2-3 วัน หรือมากสุด 1 สัปดาห์
Granulomas ที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีดโปรแกรม Sculptra
ในบางกรณี คนไข้อาจพบก้อนเล็กๆ ใต้ผิวหนังหลังการฉีด ภาวะนี้เรียกว่า แกรนูโลมา (Granulomas) เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำปฏิกิริยากับอนุภาค PLLA ภาวะนี้สามารถรักษาให้หายได้ แนะนำให้เข้าไปพบแพทย์ที่ฉีดเพื่อทำการรักษา
สามารถฉีด Sculptra ร่วมกับทรีตเมนต์อื่นๆ ได้ หลายคนเลือกที่จะฉีด Sculptra ร่วมกับ Filler , Bo-tox หรือการทำเลเซอร์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคของแต่ละคนแตกต่างกัน ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เพื่อพิจารณาเป็นรายบุคคลไป
อ่านเพิ่มเติม : Filler ปากทรงสวย ได้ ที่ YKJ Medical Clinic
หากกำลังมองหาคลินิกฉีด โปรแกรม Sculptra ที่น่าเชื่อถือ แพทย์มีความรู้ ความสามารถ ที่ YKJ Medical Clinic ที่นี่ฉีดโดยคุณหมอกันซึ่งเป็นแพทย์ที่มีความเข้าใจด้านการปรับรูปหน้า และเป็นแพทย์ฉีดฟิลเลอร์และการศัลยกรรมจมูกเทคนิคโอเพ่น ได้รับความไว้วางใจจากคนไข้มากมาย
นอกจากนั้นคุณหมอกันยังเคยถูกเชิญไปเป็นวิทยากรและแพทย์ทั้งในระดับประเทศ ที่สำคัญยังได้รับใบรับรองการผ่านการฝึกอบรมการฉีด Sculptra จาก Galderma ประเทศไทย


หน้าแรก
โปรโมชั่น
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี