หมอกระเป๋า ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ อันตรายถึงชีวิต เสี่ยงตาบอดจริงไหม?

หมอกระเป๋า

หากคุณกำลังมองหาคลินิกดูแลความงามแล้วพบกับโปรโมชั่นฉีดสารเติมเต็มราคาถูกที่นัดฉีดนอกสถานที่ เราขอให้คุณตั้งสติและทำความเข้าใจถึงอันตรายร้ายแรงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำโฆษณาเหล่านั้น ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่เรียกว่า “หมอกระเป๋า”

หมอกระเป๋าคือใคร

หมอกระเป๋า คือ กลุ่มคนที่แอบอ้างตัวว่าเป็นแพทย์เพื่อรับบริการทำหัตถการความงามนอกสถานที่ (เช่น คอนโด โรงแรม หรือบ้านพัก) ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง แต่อาจเป็นเพียงผู้ช่วยพยาบาล พนักงานคลินิก หรือผู้ที่ลักจำเทคนิคมาโดยขาดความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) อย่างลึกซึ้ง


ในบางกรณีอาจเป็นแพทย์จริงที่มีการรับงานนอกสถานที่ ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่า ผิดกฎหมายและผิดหลักจริยธรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากสถานที่เหล่านั้นไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความสะอาด ขาดเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น และไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินหากเกิดข้อผิดพลาด

5 อันตรายทางการแพทย์ที่คุณอาจคาดไม่ถึงจากหมอกระเป๋า

หมอกระเป๋า

1.ความเสี่ยงตาบอดและเนื้อตายจากภาวะหลอดเลือดอุดตัน (Vascular Occlusion)

นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายที่สุด เนื่องจากการขาดความรู้ด้านกายวิภาค ทำให้หมอกระเป๋าอาจแทงเข็มพลาดนำสารเติมเต็มเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดแดง ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้ ทำให้ผิวหนังซีดขาว ปวดรุนแรง มีตุ่มหนอง และลุกลามจนเนื้อเยื่อเน่าตาย (Necrosis) ในที่สุด หากสารเติมเต็มหลุดเข้าไปอุดตันหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงจอประสาทตา จะทำให้ ตาบอดถาวร ได้ทันที

2.อันตรายจากการใช้ “สารเติมเต็มปลอม”

หมอกระเป๋ามักลดต้นทุนด้วยการใช้สารเติมเต็มปลอม หรือสารเติมเต็มแบบถาวรที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือพลาสติกชีวภาพ สารเหล่านี้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมหรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ในช่วงแรกอาจดูเต่งตึงสวยงาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป (3-5 ปี) สารเหล่านี้จะไหลย้อยตามแรงโน้มถ่วง เกิดการอักเสบเรื้อรัง ร่างกายสร้างพังผืดมาหุ้มจนจับตัวเป็นก้อนแข็ง ทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวเสียโฉม

3.การแก้ไขที่ยากลำบาก (ไม่สามารถฉีดสลายได้)

หากเกิดปัญหาอุดตันเส้นเลือด หรือไม่พอใจในรูปทรง สารเติมเต็มปลอมประเภทซิลิโคนเหลว ไม่สามารถใช้ยาฉีดสลาย (Hyaluronidase) ให้หายไปได้เหมือนสารเติมเต็มแท้ (Hyaluronic Acid) ทางแก้ไขเดียวคือต้องให้ศัลยแพทย์ตกแต่งทำการ “ผ่าตัดขูดออก” เท่านั้น ซึ่งมักจะขูดออกได้เพียง 60-70% ไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด เนื่องจากสารเหลวจะซึมประสานไปกับเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อแล้ว

4.การติดเชื้อรุนแรง (Severe Infection)

การทำหัตถการนอกสถานพยาบาล เช่น คอนโด หรือบ้านพัก เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดเชื้อ (Unsterile) ประกอบกับการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ หรือการใช้เข็มซ้ำ ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ใบหน้าได้ง่าย เกิดภาวะอักเสบ บวมแดงรุนแรง และกลายเป็นแหล่งสะสมของหนอง

5.ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สารเติมเต็มเข้าเส้นเลือด แพทย์จำเป็นต้องมี “เวลาทอง (Golden Period)” ในการฉีดยาสลายสารเติมเต็มความเข้มข้นสูงทันทีเพื่อกู้คืนเนื้อเยื่อ แต่หมอกระเป๋ามักไม่มีตัวยาสลายหรืออุปกรณ์ฉุกเฉินเตรียมพร้อมไว้ และมักจะหลบหนีหรือตัดการติดต่อทิ้งเมื่อเกิดปัญหา ทำให้คนไข้สูญเสียโอกาสในการรักษาจนนำไปสู่ความพิการ

 วิธีตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

หมอกระเป๋า

เพื่อความปลอดภัย ก่อนตัดสินใจฉีดสารเติมเต็มทุกครั้ง ควรตรวจสอบ 3 สิ่งนี้:

  • ตรวจสอบแพทย์: ขอดูชื่อ-นามสกุลจริงของแพทย์ และนำไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลของแพทยสภา (https://www.tmc.or.th/check_md/) เพื่อยืนยันว่ามีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกต้อง
  • ตรวจสอบคลินิก: สถานพยาบาลต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้อง มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักแสดงไว้ด้านหน้าอย่างชัดเจน ห้ามรับบริการเดลิเวอรี่ตามบ้านหรือคอนโดเด็ดขาด
  • ตรวจสอบสารเติมเต็ม: แพทย์ต้องแกะกล่องสารเติมเต็มใหม่ให้ดูต่อหน้า สามารถให้คนไข้สแกน QR Code ตรวจสอบ อย. และตรวจสอบเลข Lot. บนกล่อง ซอง และหลอด ว่าตรงกันทั้งหมด
home หน้าแรก promotion โปรโมชั่น tel ปรึกษาฟรี line ปรึกษาฟรี